ทีวีของเรา

 
Product Showcase
Waldorf Blofeld
Waldorf Blofeld
นี่สิของจริง!
฿29,900.00
 
Account
E-mail address

Password

 
Brands
 
ประชาสัมพันธ์
 
อย่าพลาด!!!


Sound World สวนสนุกเสียงโดย "พ่อครัวเสียง"

ไม่เสียเงินซักบาท ไม่มีเวลาปิด เล่นได้จนมือหงิก ไม่โดนจิกไม่ต้องกลับ!!!

 
Thai Post
 
Bestsellers
 
Shopping Cart
0 items
 

มหากาพย์ Review: Roland GW-8 (ตอนที่ 1)

หนูเป็นนางสาวไทย ทำได้ทุกอย่างค่ะ (ตอนที่ 1) โดย เชฟจัมโบ้

GW-8 เป็นคีย์บอร์ดตัวแรกของปีนี้ที่ผมซื้อมือหนึ่ง กะจะมาใช้ยาว!!

อยากจะรู้ใช้มั้ยครับว่าทำไม..ก่อนจะซื้อตัวนี้ ผมระแวงอยู่ก่อนแล้วครับ ที่ผมระแวงคือ ผมไม่เชื่อว่าคีย์บอร์ดราคาประมาณนี้ จะให้อะไรมามากเท่านี้ เพราะถ้าให้อะไรมามากเท่านี้ มันต้องมี “กับดัก” แน่ๆ

ที่ผมสะดุดก็คือ ROM 256MB (16 bit linear นั่นล่ะครับ) ผมก็ เฮ้ยยย มันมาจากไหน จากการที่ได้ลองหาข้อมูลดูก็พบว่า มันมา จาก SonicCell ทั้งดุ้น ทั้งดุ้นขนาดที่เรียกว่า ทุก patch เหมือนกัน เป้ะๆ ถ้าผมจำไม่ผิด 896 Patches + 256 GM2 Patches ไม่มีความแตกต่างกันเลยแม้แต่เล็กน้อย แถมยังมีอีก 128MB ที่มาจากการ์ด SRX World (SRX-09 ถ้าผมจำไม่ผิด) เฉพาะ Bank world มันก็มีเป็น 100 เสียง ซึ่งเป็นเสียงพวก จีน ญี่ปุ่น อินเดีย คือเป็นเสียงที่ประมาณว่า อ่านชื่อเสียงแล้ว นึกภาพไม่ออกว่าไอ้เครื่องนี้มันหน้าตาเป็นยังงัย และเป็นเสียงทีชาตินี้ ผมคงมีโอกาสได้ใช้น้อยเต็มที สรุปก็คือ Rom 256MB ของ GW-8 นั้น มาจากการยำกันของ Sonic Cell (ซึ่งก็คือเอาเสียง Fantom X มายำกับ SRX มายำกับเสียงใหม่ ของ Sonic Cell ตัดอะไรที่เฉยๆของ Fantom X ออกไป แล้วใส่อะไรใหม่ๆที่ไฉไลกว่าเดิมมา) + เสียง World จาก SRX-09

ซึ่งผมไม่เชื่อครับ!!! เพราะมันดูดีเกินจริง มาอีหรอบนี้ กับดักอยู่ที่ไม่ effects ก็ D/A Converter แน่ๆ!! แล้ว ผมก็คิดในใจว่า ผมไม่มีวันโดนต้มแน่เพราะผม(เคย)มี Fantom X8, Fantom Xr, และมี Sonic Cell อยู่ในมือ เรียกว่าไอ้ต้นตระกูลเสียง GW-8 เนี่ย มันอยู่ในมือผมหมด.. เรื่องเสียงมันหลอกผมไม่ได้แน่ๆ…

นอกไปจากนั้น ในภาค Accompaniment ของมัน จาก specs ก็ยังมีถึง 4 intros 4 Mains 4 Endings อะไรจะอลังการขนาดนั้น (ฟะ) ผมมี PSR-S910 ที่ราคามากกว่า GW-8 เกือบสองเท่า ยังมีแค่ 3 Intros 4 Mains 3 Endings แต่มีปุ่ม Break (ซึ่ง GW-8 ไม่มี) นี่ถ้าจังหวะมันทำงานได้จริง จากราคา GW-8 นี่ มันจะเรียกได้เลยว่าถูกไป! เรียกได้ว่าหากเทียบสเป็คกับ GW-7 แล้ว ห่างกันประมาณแปดปีแสงได้…

ย้ำกันอีกที สมการของ GW-8 ก็คือ
SONIC CELL + เสียง WORLD + คีย์ + Auto-Accompaniment ระดับกลางๆถึงบนๆ

+ ของเล่นบางชิ้น (ยกตัวอย่างเช่น Center Cancel) – Audio Interface โคตรจะเว่อครับ!!!
GW-8 มากับ Concept ที่แจ่มมากครับ… Roland บอกว่า “แต่ก่อน โลกของคีย์บอร์ด Auto-Accompaniment กับ Synthesizer มันเป็นคนละโลก ฉะนั้นตัวนี้คือสิ่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสองโลกนี้ มันเป็น synth ที่เสียงดีแต่อาจจะมีความสามารถที่ edit ได้จำกัด และมี function auto-

accompaniment นั้นก็คือ มันอยู่ได้ทั้งในบ้าน และบนเวที”

เมื่อวานผมเลยไปลองที่ธีระ ด้วยตรรกะที่ว่า
“ถ้าเสียงมันเป็นไปตามเสป็ค ไม่มีกับดัก แล้ว auto-accom มันทำงาน ไม่มีเหตุผลที่ผมจะไม่ซื้อเลย เพราะผมสามารถจะขาย Sonic Cell กับ PSR-S910 ทิ้งไปได้ แล้วซื้อ GW-8 โดยมีเงินเหลืออีกจมเลย”…..
มาถึงธีระ เมื่อวาน (6 มกรา 2010) ตอนซัก 11 โมง ผมไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปโดยไม่สนใจรุ่นอื่นแม้แต่นิดเดียว นาทีนี้ GW-8 เท่านั้น….

รอบนี้เนื่องจากเป็นการลองจริงจัง เลยลองกับหูฟัง อยู่ประมาณชั่วโมงนึงได้ครับ เหมือนกันทุกครั้งเวลาที่ผม (และผมมั่นใจว่าในที่นี้อีกหลายๆคน) ลองคีย์บอร์ดไม่ว่าจะตัวไหนก็ตาม จะต้องเริ่มจากเสียงเปียโนก่อน มันเป็นเรื่องจริงที่ คีย์บอร์ดตัวไหน ไม่ว่าจะเสียงดียังงัยก็ตาม แต่หากเสียงเปียโนห่วย มันจะน่าเล่นน้อยลงมากกว่า 30% แน่ๆ เพราะในความเป็นจริง เวลานั่งอยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้ซ้อมกับวงหรือเล่นคอนเสิร์ต ก็คงไม่มีใครเปิดเครื่องมาแล้วนั่งเล่นเสียง saw lead เสียงเดียวอยู่ครึ่ง ชม แน่ๆ… ก็หนีไม่พ้นเสียงเปียโน…

ปกติจากตำนานของคีย์บอร์ด auto-accom ทั้งหมด สิ่งที่เป็นมาตรฐานที่จะให้มาก็คือเสียงเปียโนห่วยๆชนิดที่เรียกได้ว่า เป็นเกรดเดียวกับเสียงเปียโนของ Microsoft wavetable เวลาใช้ notebook เล่น nick karaoke… คือเป็นเปียโนที่ฟังแล้วรู้ว่ามันอยู่สายพันธุ์เดียวกับเครื่องดนตรีอคูสติ กที่เรียก​ว่าเปียโน แต่ไม่ได้เป็นเปียโน… เข้าใจผมมั้ยครับ อิอิ..

แต่เปียโนใน GW-8 มีพระอีกที่ชื่อว่า Rich Grand ซึ่งก็เป็นตัวตัดมาจาก 700sx นั่นล่ะ เสียงตัวนี้หลังจากเล่นได้สิบวินาที ก็สามารถบอกได้ทันทีว่ามันไม่ใช่เพียงเสียงเหมือนเปียโน แต่เสียงเหมือนเปียโนยี่ห้อ Steinway…. ผมไม่ได้เว่อร์นะครับ… Rich Grand เป็นเปียโนที่พอเล่นเบาๆ p pp อะไรประมาณนี้ เสียงมันจะ mellow นุ่ม แต่พอเวลาเล่น f ff fff เสียงมันจะเปลี่ยน character ทันที คือมันจะมีกิ๊งๆ แหลมๆ ชัด คือสรุปเป็นเปียโนที่ นุ่ม แต่ ชัด ครับ ด้วยลักษณะนี้ มันจะสามารถนำมาเล่นในเพลงช้า โรแมนติคได้ ในขณะเดียวกันถ้าเอาไปใส่ในเพลง dance, rock มันก็จะพอไปไหว เพียงแต่เสียงมันเป็นก้อนๆมากไป เสียงกลางหนาไป ต้อง eq ออกหน่อยเท่านั้นเอง ผมพอใจมากกับเสียงนี้ครับ เสียงนี้มีอยู่ใน sonic cell ด้วย และหลังจากที่ AB กัน ก็พบว่ามันเหมือนกันเป้ะๆ 100%

ถัดลงไปก็เป็นเปียโนที่คุ้นเคยทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะเป็น 88 Concert Piano, UltimateGrand (เปียโน 4-layer จาก Fantom X แต่จะแหลมๆกว่า fantom นิดหน่อยในเสียงนี้ เสียงออก metalic หน่อยๆในเสียงสูงๆ แต่ใครจะสนใจล่ะครับ ในเมื่อ Rich Grand มันเหนือกว่าเสียงนี้ทุกอย่าง), X Pure, So True.. (ผมชอบเสียงนี้นะครับเวลาอยู่ใน Mix มันเป็นเสียงที่ง่าย แต่ได้ใจความ ใช้งานได้จริง แต่ใช้ solo ไม่ได้) หมุนไปเรื่อยๆ ก็เหมือน Sonic Cell ทุกอย่างครับ..

โอเค ขอขั้นนิด… ผิดจุดประสงค์แล้ว!!!!! ผมต้องการมาจับผิดว่า ตัวนี้แอบวางกับดักอะไรมารึเปล่า ไม่ใช่มาชื่นชมเสียงเปียโน!!!

คิดได้อย่างงั้นก็เลยไปดูในส่วนของ effects… เป้ะๆ ครับ เหมือนกับ Sonic Cell และ Fantom X 100% (ผมพอจะจำชื่อและจำนวนของ MFX ได้) ผมใช้เวลาในการลองคีย์บอร์ดตัวนี้อยู่ประมาณ ชม นึง โดยที่ ครึ่ง ชม แรกนั้น ผมไม่ได้ไปเล่น auto-accom เลย… หลังจากนั้นก็จึงพยายามจับผิดในส่วนของ DA Converter ซึ่งความยากก็คือ เรื่อง DA มันอยู่ที่หูล้วนๆ ใน System ไม่มีบอกว่าใช้ DAC ยี่ห้ออะไรหรอก… ตรงนี้อาศัยความจำกับความคุ้นเคยอย่างเดียวครับ

ส่วนตัวแล้ว ต้องขอบอกก่อนว่า ในฐานะมนุษย์ preset ที่ใช้เวลากว่า 98% เล่นเสียง preset และอีก 2% edit เสียง ผมชอบเสียง Sonic Cell มากกว่า Fantom มากๆๆๆ เพราะสิ่งที่ผมชอบใน fantom คือสิ่งที่ผมไม่ได้ใช้ ส่วนสิ่งที่ผมต้องใช้ใน fantom คือสิ่งที่ผมไม่ชอบทั้งหมด 555 (นั่นคือเหตุผลลว่าทำไมทั้ง Xr และ X8 มันอยู่กับผมได้ไม่นาน) ผมชอบเปียโน Ultimate Grand ใน Fantom ระดับหนึ่ง (ในยุคนั้น ที่มี Motif ES กับ Triton Extreme ผมชอบเปียโน Fantom ที่สุด) Strings ok ผมชอบ แต่ผมไม่ชอบ EPs ของ Fantom เลยแม้แต่นิดเดียว ส่วนนึงเป็นเพราะว่าผมเป็นคนชอบเสียง FM EP เป็นชีวิตจิตใจ ซึ่งใน Fantom ไม่มี FM EP ที่ผมว่าโอเคอยู่เลย ส่วน EPs พวก Rhodes, Wurly นั้น ก็ตามสไตล์ Roland ออก ลึกๆ หนาๆ มวลเยอะๆ ชอบเล่นกับ velocity switching ซึ่งฟังคนเดียวมันเพราะ แต่พออยู่ในวงก็จมหายกันไปเลยแถมยังกวนเค้าไปทั่ว นอกจากนั้น ผมยังไม่ชอบกีร์ต้า Nylon ของ Fantom ผมไม่ชอบ Brass ผมไม่ชอบ Organ ซึ่งทั้งหมดที่ผมพูดมา ผมต้องใช้ทั้งหมด!!! ในขณะที่ผมโอเคกับเสียงพวก lead, solo synth กลอง เบส ซึ่งพวกนี้ ผมแทบจะไม่เคยใช้เลย!!

Sonic Cell คือฝันที่เป็นจริงของคนที่กำลังจะเป็นแฟน Roland เหมือนผม เพราะมันตอบโจทย์เรื่องเปียโนผม EPs ใหม่ๆที่ขึ้นต้นด้วย SC นั้นมันก็ตอบโจทย์ แถมผมยังเจอเสียงแนว FM ที่ผมชอบแล้ว Brass, organ, nylon guitars สำหรับผมก็สอบผ่านเลยนะครับ พูดถึง Guitars นี่ ผมว่า Sonic Cell มันคือสิ่งที่ผมต้องการเลยนะ ระยะหลังๆผมไม่เข้าใจว่าทำไมบริษัทอย่าง yamaha ถึงไปบ้ากับเสียงกีต้าร์ซะมากมาย บ้าจนขนาดที่ว่า ใน S910 หรือ Motif XS หากไปดูหน้าเปียโน จะเห็นมีอยู่หน้าเดียว แต่เปิดไปกีต้าร์ จะเห็นประมาณ 4-5 หน้าได้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ทุกวงมันก็มีกีต้าร์กันหมด แล้วโอกาสที่จะใช้ synth เล่นกีต้าร์ ถ้าไม่ใช่เพื่อโชว์พาว… ก็คงน้อยเต็มที… กลับเข้าเรื่องครับ ใน Sonic Cell นั้นมี Nylon ที่ผมชอบ Fender และพวก jazz ที่พอถูไถ Distortion ที่ผมชอบ อาจจะมีจำนวนไม่เยอะ แต่ครบความต้องการแล้วครับ

อ้าว แล้ว Sonic Cell มันมาเกี่ยวอะไรกับการ review ครั้งนี้ (ที่สมควรจะเป็น GW-8)… เพราะผมได้ลอง A-B กับ Sonic Cell แล้ว ผมกล้าที่จะพูดว่า เสียง GW-8 นั้น มันเหมือน Sonic Cell ประมาณ 98.99999% ได้ (เวลาทดสอบใช้คีย์เดียวกันครับ) ส่วน patch list เหมือนกัน 100% (เพียงแค่ GW-8 มีมากกว่า) ฉะนั้นจึงอยากจากการได้ลอง GW-8 และอยู่กับมันมาคืนนึงว่า GW-8 ไม่ได้กั้กเรื่อง effects และ DA Converter ครับ… นั่นก็คือ

…หากคุณชอบ Sonic Cell คุณจะชอบ GW-8 (พูดถึงเรื่องเสียงอย่างเดียวนะ)… ฟันธง!

อย่างไรก็ตามไม่มี product ไหนในโลก perfect ครับ มาลองดูข้อเสียของมันบ้าง (ในเรื่องเสียงอย่างเดียวก่อนนะครับ) และข้อดี (ที่ผมอาจจะลืมพูดถึง)

เสียงของ GW-8 นั้น จะว่าไปก็คือการเอาเสียงเด่นๆของหลายๆตัวมารวมกัน (ตามที่บอกไว้ด้านบน) ก็ไม่ผิด แต่ปัญหาก็คือ หลังจากที่นำมารวมกันแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าโปรแกรมเมอร์ของ Roland ลืมนำออกไปลองเล่นสดรึเปล่า!!!

เสียงมันดีครับ แต่ไม่เป็นชุดเดียวกัน และไม่ต่อเนื่อง… ปัญหาของมันก็คือ ณ level ที่เท่ากันนั้น (สมมุติว่า 95) และสมมุติอีกว่า Volume อยู่ประมาณ บ่ายโมงเย็น (เป็น knob ครับ) ถ้าคุณเล่นเสียงเบอร์ 0001 Rich Grand มันจะฟังเพราะๆพอดีๆ แต่พอหมุนไปเบอร์ 0037 PhaseEPLayer … จบเห่เลยครับ ลำโพงแทบแตก ดังจนหมุน volume กลับแทบไม่ทัน บางเสียง สมมุติว่ากีต้าร์ละกัน หมุนไปเสียงนึง reverb ซะแฉะ แฉะชนิดน้ำท่วมเลยครับ และพอหมุนไปอีกสองเสียงลงมา ปรากฏว่า แห้งมากกก แห้งเหมือนฝนไม่ตกมาสามปีได้ แห้งจนยากจะเชื่อได้ว่าเสียงที่แห้งกับแฉะขนาดนี้มันจะมาอยู่ในคีย์บอร์ดตัว เดียวกัน​ได้ จนเล่นๆอยู่มือกีต้าร์อาจจะหันมาหาเราแล้วถามเราได้ว่า “เฮ้ยย ตรูไปสะดุดสายอะไรของมึxx ป่าวฟระ”

อีกข้อเสีย (เล็กน้อยจริงๆ) ที่จะเรียกว่าเป็นข้อดีก็ได้ คือ หลังๆ Roland เหมือนจะสนุกกับ Velocity Switching มากๆ มักจะมี item ลับซ่อนอยู่ในเสียงต่างๆเสมอ.. โอเคถ้าเป็นเสียงกีต้าร์ผมพอเข้าใจ แต่บางเสียงที่เราไม่คุ้นบ้าง บางทีก็เดาไม่ถูกนะครับ โดยเฉพาะใน bank world บางเสียงนี้ พอกดแรงๆ แล้วมีเสียง Cymbal ขนาดเท่าบ้านมาซะงั้น… รับรองมือกลองหันมาฆ้อนครับ ฉะนั้นจะเล่นตัวนี้ต้องทำการบ้านมาก่อนนะครับ ทั้งเรื่อง volume และ velocity switching ดูดีๆครับ

กลับมาข้อดีที่ผมลืมพูดถึงอีกซักหน่อย…

1. เสียงของ GW-8 สามารถใช้งานเป็น synth ได้สบายมากเลยครับ และเป็น synth ในระดับที่ดีมากๆเลยด้วย และด้วย mode perform และ favorite ทำให้การใช้ GW-8 ในการเล่นสดเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น…. สำหรับมือคีย์บอร์ด preset แบบผมนะครับ แต่หากคุณเป็นมือคีย์บอร์ดโปรแกรมเมอร์ เก็บทุกเสียงทุกเม็ด แบ่ง part กระจาย preset ไม่เคยใช้ ถ้าเสียงไม่เหมือนในเทป 100% เป้ะๆ ก็จะไม่เลิก edit ตัวนี้จะไม่เหมาสำหรับคุณครับ เพื่อมัน edit ได้พื้นฐานเท่านั้น

2. เสียง world ถึงแม้ผมจะไม่รู้จักไอ้พวกเครื่องญี่ปุ่น จีน อินเดีย อะไรที่มันให้มาเลยก็ตาม แต่ผมสัมผัสได้ว่ามันเสียงดี และได้ฟีลครับ อย่างไรก็ตามก็อย่างที่ผมบอกไปข้างต้น ชาตินี้ผมจะได้ใช้เสียงพวกนี้มั้ย อันนี้ผมก็ไม่รู้ครับ 555

มาเรื่องจังหวะ (styles) บ้างครับ

ปัจจุบันนี้คีย์บอร์ด auto-accompaniment นี่มีส่วนสำคัญในชีวิตผมมาก เพราะไม่ใช่ว่าผมแค่อามาเล่นสนุกอย่างเดียวแล้ว แต่ผมเริ่มเอามาใช้งานจริงๆ บางทีไปเล่นพวกงานแต่งงาน ผมก็ duet กับเพื่อนที่เล่นคีย์บอร์ด auto-accom (ผมเล่นเปียโน) จากที่แต่ก่อนผมจะ duet กับ sax อย่างเดียว ก็ดีครับ หลากหลายขึ้น สนุกดี :)

Arranger ที่ผมทำงานด้วยในปัจจุบันก็คือ PSR-S910 ซึ่งผมจะใช้เป็นตัวเปรียบเทียบในการ review ครั้งนี้ หลายท่านอาจจะคิดว่ามันเป็นการเปรียบเทียบที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากราคาของ PSR-S910 ที่เรียกได้ว่าแทบจะเป็นสองเท่าของ GW-8 แต่นั่นคือ arranger ตัวเดียวที่ผมคุ้นเคยมากๆอยู่ในเวลานี้ครับ (ก่อนหน้านี้ผมใช้ PSR-1500, PSR-740, PSR-630)

สำหรับผม PSR-S910 เป็น Arranger ตัวแรกที่ผมคิดว่า “เกือบจะ Perfect”… ไม่ใช่เพราะว่ามันเป็น arranger ที่ดีที่สุด แต่เป็นเพราะว่ามันตอบโจทย์เพลงที่ผมเล่น และสิ่งที่ผมชอบมากที่สุดครับ…

สิ่งที่ผมชอบคือ ในแทบจะทุกจังหวะของ 910 ที่ผมเลือกไป พอ intro มา ไอเดียมันจะพรั่งพรูมาทันทีว่า ไอ้นี่เพลงนั่นนี่หว่า เพลงนี่นี่หว่า มันเป็นคีย์บอร์ดที่ชวนให้เราเล่นต่อจริงๆครับ มันมีจังหวะที่ใช่เลยสำหรับเพลงที่ผมเล่นบ่อยๆ เป็นสากลยุค 80 อะไรงี้ซะเยอะ อย่าง Wonderful Tonight, Top of the world (60), Casablanca, Nothing’s gonna change my love for you, How deep is your love, Careless Whisper, Have I told you lately, Copacanaba, Nightbirds, Love Theme รวมไปถึงจังหวะที่เหมาะลงตัวมากๆกับเพลง Grammy ตั้งแต่ยุคเก่าๆ สมัยพี่เบิร์ดชุดแรกๆเลยไปจนถึงยุคปัจจุบันอย่างพวก etc, grooverider อะไรแบบนี้ คือเป็นจังหวะที่ ใช่เลยอ่ะครับ เกิดมาเพื่อกันจริงๆ

อีกอย่างจังหวะของ s910 นั้น มันอลังการมากๆทีเดียวครับ ทั้ง แค่กด Intro 3 Ending 3 ฟังไปเรื่อยๆทุกจังหวะนี่ ก็เพราะแล้วครับ เพราะจนรู้สึกว่า มันไม่ใช่ arranger รู้สึกว่ามันเป็นวง มันมีชีวิต… variations ของ main มันมี 4 อัน ทุกอันมีความหมาย แตกต่าง กลองตี fill ก็เพราะ เสียงก็ออกมา balanced ลงตัว เป็นวงดี ไมใช่ว่า เสียงเครื่องดนตรีดี แต่ไม่ balanced เหมือน arranger รุ่นใหญ่ๆหลายๆรุ่นครับ

ในเรื่องารใช้งาน S910 ก็ไม่มีข้อติเลย จอที่ใหญ่และใช้การง่ายมากๆ ปุ่มต่างๆที่มาอยู่ตรงหน้าทั้งหมดไม่มีซ่อน ปุ่ม intros mains endings ที่แยกกันชัดเจนเป็น intro 1 intro 2 intro 3 อะไรประมาณนี้ ไม่มีการใช้ปุ่มร่วมกันเลย registration memory และเสียงที่มันแนะนำมาสำหรับแต่ละจังหวะ เป็นไอเดียได้ดีมากๆเลยครับ

ส่วนที่ว่ามันไม่ perfect นั้น มันนิดเดียวเองครับ ที่ผมไม่ชอบก็คือ
1 มันเป็นคีย์บอร์ดที่มี bug ครับ เช่นพอเล่นเสียงกีต้าร์ ในจังหวะที่อลังมากๆ ดนตรีเยอะๆ บางทีจังหวะมัน lag ไปซะงั้น
2 คอร์ด on กดค่อนข้างยาก ต้องใช้สองมือกด ไม่งั้นคิดนิ้วไม่ทันครับ
3 เพลงที่มีเปลี่ยนส่วนข้างในเพลง ไม่มีทางเล่นได้ สมมุติว่าเพลงนี้เป็น 4/4 แต่ในเพลงมีบางห้องเปลี่ยนเป็น 2/4 หรือเป็นอื่นๆ ซะงั้น อันนี้จบเลยครับ ช่วยอะไรไม่ได้ แต่ก็อีกครับ ตรงนี้ arranger ไหนก็ทำไม่ได้ (เท่าที่ผมทราบนะครับ)
4 เสียง เอามาเล่นโดดๆ หรือเอามาเล่นกับวงไม่ได้เลยครับ (ยกเว้น ep กับ guitars) บางจ๋อย แต่เพราะซะงั้นเวลาเป็นจังหวะ ต่างกับ tyros 2 ที่เสียงดีนะครับ แต่พอมาเล่นเป็น auto-accom แล้ว ผมว่ามันไม่ค่อยสนุกเหมือน psr เลย

ผมต้องเล่นเรื่อง s910 ให้ฟังทำไม? ผมอยากให้เพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนทราบก่อนครับว่าผมมาจากตรงไหน และความคาดหวังของผมจะเป็นยังงัย….

ต้องยอมรับว่า ผมไม่หวังตั้งแต่แรกแล้วครับให้ GW-8 มันดีกว่า S910 เพราะมันเป็นความคาดหวังที่ไม่ค่อยสมเหตุสมผล ผมแค่อยากให้มันใช้เป็นไอเดียคร่าวๆได้เวลาขี้เกียจแบก s910 ไปไหนต่อไหน และก็ใช้เติมเต็มในจุดที่ S910 ขาด พวกจังหวะใหม่ๆ อะไรประมาณนั้น….

อย่างที่บอกครับ ว่าก่อนซื้อตัวนี้ผมไม่คาดหวังว่ามันจะได้ใกล้เคียง S910 อยู่แล้ว…

แล้วก็เป็นไปตามนั้นจริงๆครับ…

คือไม่ใช่ว่าจังหวะมันไม่ดีนะครับ แต่ styles ของมันนั้น สำหรับผม มันไม่ได้พร้อมใช้งานเหมือน s910 ที่กดแล้วรู้เลยว่า ควรจะไปอะไรต่อ แรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นแรงบันดาลใจที่จะเล่นเพลงอื่นๆที่จังหวะมันเอื้อ หรือแรงบันดาลใจที่จะแต่งเพลง มันออกมาทันทีครับ (แต่มักจะเป็นอย่างแรกมากกว่า อิอิ) styles ของ gw-8 นั้นมันมีส่วนคล้าย gw-7 อยู่ที่ว่า เป็น styles ที่สร้างมาโดยนักดนตรีบ้าพลัง พยายามจะให้สไตล์มันใหม่ และเท่ห์ ฉะนั้นบางจังหวะเราจะให้เห็นเบสซิ่งๆ กีต้าร์เท่ห์ๆ แต่เหมือนว่าผมสื่อสารกับมันไม่ค่อยรู้เรื่อง คือการเล่นดนตรี มันก็เหมือนการคุยกันอ่ะครับ ดนตรีพูดมาแบบไหน เราก็ตอบไปเป็นภาษาดนตรีแบบนั้น ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ผมกับ s910 จูนกันติด แต่สำหรับ gw-8 หลายๆครั้งพอจบ intro เบอร์ 4 ผมก็ยัง งงๆ อ้าว จบแล้วเหรอ งัยต่อล่ะทีนี้

อาจจะเป็นไปได้ว่า styles ของ gw-8 นั้น เน้นที่ contemporary music และ world จังหวะ เฉพาะ pop+rock นี่ ถ้าผมจำไม่ผิด มีตั้งเกือบ 60 จังหวะ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็น pop+rock ใหม่ๆ ทั้ง style และ sound ของเก่าก็พอมีบ้างครับ แต่ไม่เยอะเหมือน S910, styles ของ gw-8 นั้น มีไอเดียที่ดีครับ แต่เพราะเป็นไอเดียที่ใหม่นี่ล่ะ ทำให้ผมอาจจะไม่คุ้นเคย ใน s910 ทุกๆจังหวะ ทุกๆ intro มันเหมือนถูกทำมาจากเพลง reference บางเพลง ที่กลิ่นของเพลงนั้นๆมันออกมาค่อนข้างชัดเจนครับ

ที่ผมพูดมานี่ ไม่ได้แปลว่า styles ของ gw-8 แย่เลยนะครับ แต่นี่ผมกำลังเปรียบเทียบกับ arranger ซึ่งราคามากกว่า gw-8 เกือบสองเท่าอยู่ styles ของ gw-8 พวก pop, r&b,hiphop, contemp ผมว่า gw-8 กิน S910 ครับ แต่เผอิญว่าแนวที่ผมเล่น styles พวกเพลงฝรั่งยุค 80 เพลงไทยแกรมมี่ยุค 80 light music, instrumental, ballads อะไรพวกนี้ ใน S910 มันตอบโจทย์ได้มากกว่าเท่านั้นเองครับ ฉะนั้นตรงนี้มันอยู่ที่ว่า เราจะชอบแนวไหนมากกว่ากันมากกว่าครับ จริงๆแล้ว ด้วยระดับราคาของ gw-8 นั้น มันควรจะไปเทียบกับ PSR-S550 หรือ S710 แต่ด้วยความคุ้นเคยของผมกับ S910 กับความรู้สึกที่ว่า GW-8 มันดีกว่าS550 เอาซะมากๆ ก็เลยไม่เอาไปเทียบกับตัวนั้นครับ :) ส่วนเรื่อง Styles World ต่างๆนั้น ถ้าเป็นคนอินกับแนวนี้ก็คงชอบเลยครับ styles พวกนี้มีให้เยอะมากๆ ทั้งจีน อินเดีย ไทย ไทยนี่ ถ้าเป็นนักดนตรีลูกทุ่ง เซิ้ง หมอลำ อีสาน น่าจะชอบสุดๆ เพราะจังหวะนี่มันโคดจะใช่เลยครับ ทำมาใช้ได้เลย เสียอยู่อย่างเดียวที่ผมอาจจะไม่อินกันแนวพวกนี้ ก็เลยใช้ประโยชน์จากข้อดีตรงนี้ของมันได้ไม่เต็มที่

เรื่องความชอบส่วนตัวผ่านไป ทีนี้ขอมาแชร์สิ่งที่ผมคิดว่า Roland ทำได้ไม่ค่อยดีกับ GW-8 บ้างครับที่เกี่ยวกับ styles คืออย่างที่ผมบอกไปข้างต้น อย่างนึงที่ผมชอบ S910 มากคือความ balance ของเสียง ความที่ instruments ทุกๆชิ้น ไม่ได้แย่งกันเป็นฮีโร่ แต่พอรวมกันแล้วมันเป็นวง ฟังดูดี แต่ใน GW-8 นั้น เสียงมันไม่ balance ครับ นั่นก็คือ ในบาง style มันก็พยายามจะดัน guitar ประมาณว่า โชว์ว่ากีต้าร์(กู)เจ๋ง ว่างั้นเหอะ ออกมา ฉะนั้น guitar riffs ของมันก็จะดังออกมาเลย กวนเพลงมากๆครับ กวนมือขวาของผมที่จะเล่น melody เอาซะมากๆเลย และในหลายๆจังหวะ โดยเฉพาะพวกจังหวะ jazz นั้น ผมเล่นดูก็รู้ว่าคนที่โปรแกรมเสียงเปียโนในนั้นเค้าคงเก่ง มีกุ๊งกิ๊งๆ ตรงนั้นตรงนี้ตลอด แต่ประเด็นก็คือ ผมต้องการเล่นครับ อย่ามาแย่งผมเล่น! ใน S910 นั้น ต่อให้เป็นจังหวะ jazz ที่มีเปียโนกุ๊งกิ๊งๆ ไอ้เปียโนนี้มันก็จะไม่มากวนเลยครับ มันจะกุ๊งกิ๊งแบบเป็น background อยู๋ข้างหลังห่างๆเลย เรียกได้ว่าต่อให้จังหวะนั้นผมเล่นเป็นเปียโน ผมก็จะไม่รำคาญไอ้กุ๊งกิ๊งนั่น แต่ใน gw-8 นั้น พอมันกุ๊งกิ๊งมาที ผมก็ เฮ้ยยย เลยครับ ขโมยซีนมาซะงั้น… ต้องไปปิดโดยด่วน ไม่งั้นจังหวะนั้นก็คงไม่ได้ใช้อีกเลย ตรงนี้มันสำคัญอย่างงี้ครับ ใน S910 นั้น ทุกๆจังหวะผมสามารถจะไว้ใจได้เพียงแค่ฟังห้องสองห้อง แล้วก็เล่นได้เลย แต่ใน gw-8 ในแต่ละจังหวะผมต้องฟังให้จบ หมดครบทุก variations ก่อนถึงกล้าใช้ เพราะไม่รู้อยู่ๆจะเจอตัวละครลับอะไรออกมาบ้างให้ตกใจเล่น..

GW-8 ที่ผมได้มานั้นเป็น Version 2 แล้วครับ ใน Version 2 นี้เราจะสามารถ edit styles ได้บนเครื่องได้เลย โดยไม่ต้องใช้คอม และสามารถใช้ MFX แยกในแต่ละ track ใน song ก็ได้ครับ (Ver 1 ทำไม่ได้) ก็ดีครับ ตรงนี้คือสิ่งที่ Roland ฟังลูกค้า แล้วนำไปปรับปรุงแก้ไขโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ต้องขอชมจริงๆครับ

ข้อที่ผมไม่ชอบอีกข้อก็คงเป็นเรื่องของ fills ครับ ถูกครับ ไอ้พวก fill-in น่ะแหละ ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไรว่ามัน fill ไม่ค่อยถูกใจผมเหมือน S910เลย สำหรับผม arranger ที่ดี ต้องทำมาอลังการในส่วนของ intro fill แล้วก็ ending ซึ่งนั่นก็คือส่วนที่ผมไม่ได้เล่น มือว่างครับ แต่ถ้าผมเริ่มเล่นเมื่อไหร่ ผมต้องการให้ทุกอย่างถอยไปให้หมด ไอ้ gw-8 นั่นมันออกแนว โชว์พาวไปซะหมด intro 4 นี่อลังมาก พอมา main ก็ยังไม่พ้นโชว์พาว ส่วน ending ไม่ค่อยชอบคิดใหม่ ก็เอา intro อ่ะแหละมาเล่นแล้วก็จบ ต่างกับ S910 ที่ Ending หลายๆอัน สร้างความอลังการและประทับใจได้มากๆเท่ากับ intro ครับ

อ่อ มีอีกปัญหานึง ที่อาจจะฟังดูเป็นปัญหาโง่ๆ แต่ผมไม่รู้จริงๆ ตรงนี้ใครรู้ช่วยผมทีครับ…
คือสมมุติว่าผมจะขึ้นด้วย intro 4 ผมก็จะกด 4 แล้วก็ intro ใช่มั้ยครับ
ทีนี้เนี่ย สมมุติว่าเล่นไปเรื่อยๆจน intro จบ ทีนี้เนื่องจากที่ variation 4 มันถูกเลือกอยู่ มันก็จะเข้า main อัติโนมัติใช่มั้ยครับ ปัญหาก็คือ เวลาเข้า main มันก็จะเข้า main variation ที่ 4 ด้วย ซึ่งในความเป็นจริง เพลงบ้าอะไรจะเริ่มจาก variation 4 ที่มีอะไรเต็มไปหมด ก็คงต้องเริ่มจาก 1 หรือ 2 สมมุติว่าในเคสนี้ผมต้องการ 2 และกัน

ปัญหาก็คือ ในระหว่างที่ intro เล่นอยู่เนี่ย ผมจะกด 2 ไปล่วงหน้าไม่ได้ เพราะนั่นหมายความว่ามันจะเป็นปลี่ยนไป intro 2 หรือผมจะกด 2 แล้ว main ไม่ได้ เพราะนั่นหมายความว่า จาก intro 4 ที่เล่นอยู่ มันจะตัดไปเข้า main 2 เลย โดยที่ไม่รอให้ intro จบก่อน ฉะนั้นผมก็จะต้องมานั่งจ้องฟังดีๆว่าเมื่อไหร่ intro จะจบ แล้วรีบกด variation 2 เพราะถ้ากดเร็วไปปุ๊ป มันจะตัดเข้า main 2 เลย ซึ่งจะฟังดูแหม่งๆมาก หรือถ้ากดช้าไป มันก็จะเข้า main 4 ก่อน แล้วถึง fill เข้า main 2!!! งงครับ…. ตอนนี้ก็พยายามเปิดคู่มือหาคำตอบอยู่ว่าทำงัย ให้มันรู้ว่าหลังจาก intro 4 ให้ไปที่ main 2 โดยที่ไม่ต้องรอ intro ให้จบก่อน… หากใครทราบช่วยรบกวนช่วยผมตรงนี้ทีนะครับ ตรงนี้ไม่ใช่ข้อเสียอะไรหรอกครับ อาจจะเป็นความไม่รู้ของผมเอง ตรงนี้ก็แอบคิดไปว่า ถ้ามันมีปุ่น intro 1 2 3 4 main 1 2 3 4 ending 1 2 3 4 แยกกันแบบ yamaha เลยก็คงจะดี

สรุปก็คือ หากผมเป็นวิศวกรหรือ marketing ของ Roland นะครับ หากจะออก gw-8 รุ่นใหม่ สมมุติเล่นๆว่าชื่อ GW-8GX ก็แล้วกัน กำลังอินเทรนด์ อิอิ ผมอยากจะให้มีข้อเพิ่มเติมแก้ไขดังนี้ครับ

1. มีปุ่ม intro 1 2 3 4 main 1 2 3 4 Ending 1 2 3 4 และมีปุ่ม Break ด้วย ปุ่ม Break นี่ทำให้ arranger มีเสน่ห์ได้อีกโขเลยนะครับ….
2. ขอลำโพงในตัวเหมือน PSR แต่ไม่เอาให้ขนาดเครื่องใหญ่เท่า PSR นะครับ
3. จอสี (เข้าใจว่าใส่ได้ แต่ไม่ใช่ราคานี้ครับ )
4. ทำ version 88 keys hammer action มา หรือเวอร์ชั่น 76 keys เป็น weighted keys เหมือน Juno-Stage จะดีมาก
5. ความ Balance ของ patches และ styles ครับ อย่างที่บอกไปข้างต้น โดยเฉพาะ styles ที่แบบอยากให้เป็น styles ที่คนเล่นจะเล่นสนุกจริงๆ ไม่ใช่ programmer มาโชว์พาว
6. Styles แบบที่ ก๊อปเพลงฮิตๆ ดังๆ ใครๆ ก็รู้จักมาบ้างเหมือน PSR.. ผมว่าตรงนี้มันสนุกดีนะครับ

ส่วนข้อดีก็อย่างที่บอกไปแล้ว นั่นก็คือ เสียงที่ไม่เป็นสองรองใครกับราคาแค่สามหมื่นต้นๆ DAC ที่ไม่ลดทอนคุณภาพ นน ที่เบาขนย้ายสะดวก คีย์ที่พอจะเล่นได้ (ดีกว่า S910) จังหวะ contemp พวก pop rock hiphop R&B ที่ดีกว่า S910 และ functions ต่างๆของ synthesizer

___________________________________________________________________________


___________________________________________________________________________