ทีวีของเรา

 
สินค้าของเรา
Nord Piano
Nord Piano
เปียโนเชฟจัมโบ้
฿99,000.00
 
เข้าสู่ระบบ
 
ยี่ห้อ
 
ประชาสัมพันธ์
 
อย่าพลาด!!!


Sound World สวนสนุกเสียงโดย "พ่อครัวเสียง"

ไม่เสียเงินซักบาท ไม่มีเวลาปิด เล่นได้จนมือหงิก ไม่โดนจิกไม่ต้องกลับ!!!

 
ไปรษณีย์ไทย
 
สินค้าขายดี
 
ตะกร้าสินค้า
0 รายการ
 

Review: รีวิว KAWAI ES-8 เปียโนเคลือบคาราเมล โดยเชฟจัมโบ้

เมื่อครั้งที่ผมรีวิว Kawai ES-7 ผมยังคิดอยู่เลยว่า Kawai จะมาไม้ไหนกับ Portable Piano รุ่นต่อไป คือมันกลมกล่อมลงตัวไปซะแทบจะทุกอย่างเลย จุดที่เสีย (ของ ES-7) เช่นพวกเสียงอื่นๆที่ไม่ใช่เปียโน ก็เป็นจุดที่มองผ่านๆไปได้เลย เพราะคนที่จะมาซื้อ ES-7 ก็คือคนที่ใช้เปียโนเป็นหลักอยู่แล้ว และในนาทีนั้น เสียงเปียโน Flagship ของ Kawai ที่อยู่ใน Kawai MP7 และ MP11 (ซึ่งเป็น Flagship Stage Piano) ถึงแม้จะมีขนาด Waverom ที่ใหญ่กว่า มีความละเอียดที่มากกว่าเสียง Kawai EX ใน ES-7 แต่ด้วยความรู้สึกส่วนตัวแล้ว มันก็ยังไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ต่างกันขนาดนั้น เผลอๆมันจะติด Bright ไปนิดนึงสำหรับบางคนด้วยซ้ำ  ดังนั้นในนาทีนั้น คำถามของผมก็คือ แล้ว ES-8 มันจะทำให้ดีกว่า ES-7 ที่ทำออกมาได้อย่างกลมกล่อมสุดๆ ได้อย่างไร?

 

Kawai ได้ตอบคำถามนี้แบบ ลูกทุ่ง ขวานผ่าซาก แต่สุดจะจริงใจ ซึ่งคำตอบง่ายๆของ Kawai ก็คือ... ก็ทำใหม่ทั้งหมดสิ... คำว่าทำใหม่ทั้งหมดนี่คือ ทำใหม่ทั้งหมดแบบน่าตกใจจริงๆเลยนะครับ โดยปกติสำหรับ Portable Piano แล้ว เวลาออกรุ่นใหม่ แค่เปลี่ยนฟังก์ชั่น เปลี่ยนหน้าตา ก็ออกเป็นรุ่นใหม่ได้แล้ว หรือจะให้ดีกว่า ก็เปลี่ยนแอ็คชั่นแบบใหม่ คีย์แบบใหม่ อันนี้ก็ถือว่าเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่ หรือถ้าจะให้ดีที่สุด ก็เปลี่ยนเสียงใหม่ที่ดีกว่าเดิมไปเลย อันนี้ก็จะถือว่าเป็นการอัพเกรดครั้งใหญ่มาก

 

สำหรับ ES-8 แล้ว Kawai เลือกที่จะท้ำเหนือกว่าทั้งหมดที่ได้กล่าวมาครับ คือเพิ่มเสียงเปียโนใหม่หมดเลยอีก สองเสียง รวมเป็น สามเสียง (อย่าสับสนระหว่างจำนวนเสียง กับ เสียง นะครับ การที่เพิ่มจำนวนของเสียงเปียโนอีก 10 20 30 เสียงนั้นไม่ยากเลย ก็เอาเสียงเบอร์ 1 นี่ล่ะครับ มาเพิ่มตรงนั้นลดตรงนี้ แล้วทำให้เป็นเสียงเบอร์ 2 3 4 อะไรก็ว่าไป ถ้าเป็นแบบนั้นจะเพิ่มอีกเป็นพันเสียงก็ไม่แปลกครับ แต่การเพิ่มเสียง คือ เสียงใหม่จริงๆ จากเปียโนคนละหลังกัน อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ครับ) นอกจากจะเพิ่มเสียงแล้ว Kawai ยังได้ทำการเปลี่ยน action จาก RH2 ใน ES-7 มาเป็น RH3 ครับ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมหาศาลขนาดนี้ ทั้งเสียงและคีย์พร้อมกันในครั้งเดียว จริงๆจะว่าไปแล้ว Kawai ไม่จำเป็นที่จะต้องทำอะไรเยอะแบบนี้เลย เพราะลำพัง ES-7 ก็ทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว เปลี่ยนโน่นนิดนี่หน่อยแล้วมาขายเป็น ES-8 ก็คงจะไม่มีใครว่า หรือจะเก็บของดี เก็บท่าไม้ตายไว้ก่อน แล้วค่อยมาปล่อยใน ES-9 หรือ ES-10 ก็ยังไม่สาย แต่ถ้าทำแบบนั้น ก็อาจจะไม่สอดคล้องกับปณิธานในการพัฒนา ES-8 ที่บอกว่า “Portable Piano Perfection” หรือ ความสมบูรณ์แบบของ Portable Piano

 

ในรีวิวนี้ เราจะมา Focus ที่สองสิ่งหลักที่เพิ่มขึ้นมา คือเสียง และคีย์ครับ พร้อมแล้วก็ ลุย!!

 

ใน Kawai ES-8 เสียงเปียโนหลักจะมีอยู่ทั้งสิ้นสามเสียงด้วยกันครับ คือ Shigeru-EX, Kawai EX และ SK-5 ซึ่งเป็นเสียงที่ดีที่สุดของ Kawai และที่เด็ดกว่านั้นก็คือ เสียง Flagship ชุดใหม่นี้ มีอยู่ใน ES-8 เป็นรุ่นแรก และไม่มีอยู่ในรุ่น Flagship ในปัจจุบันนี้ที่ราคาแพงกว่า ES-8 กว่าสองเท่าอย่าง MP11 ด้วยซ้ำ!!! เริ่มกันที่เสียง Shigeru-EX ก่อนละกันครับ สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยกับ Shigeru นะครับ Shigeru เป็น Handcrafted pianos และเป็นแบรนด์ระดับบนสุดของ Kawai ครับ ถ้าจะให้เห็นภาพกันง่ายๆ เทียบกับรถยนตร์ หาก Kawai คือ Toyota, Shigeru Kawai ก็คงจะเป็น Lexus ครับ ในตลาดบนสุดของเปียโนนี้ ก็จะมี Brands ที่เราคุ้นหูกันดีอย่าง Steinway & Sons, Bosendorfer, Mason & Hamlin, Bluthner,  Bechstein, Fazioli ส่วนในฝั่งญี่ปุ่นก็จะมี Shigeru Kawai และ Yamaha S Series และ CF Series.

 

เสียง Shigeru-EX นี้ ต่างกับเสียง Kawai EX อย่างสิ้นเชิงเลยครับ ปกติแล้วเปียโน Concert Grand 9 ฟุตโดยทั่วไป จะเน้นเสียงที่พุ่ง มีพลังพอที่จะถูกเล่นใน Concert Hall โดยที่ไม่ต้องใช้การขยายเสียงจากไมโครโฟนและลำโพง สามารถสู้และเด่นออกมาจากวงออเคสตร้าได้ ซึ่ง Kawai EX ก็เป็นแบบนั้น แต่จะเพิ่มความอุ่นหรือมวลของเสียงกลางและเสียงแหลมไปอีกนิด แต่ Shigeru-EX นี้ไม่ใช่เลยครับ เสียงของ Shiugeru-EX นี้เหมือนจะถูกออกแบบมาให้เล่นคนเดียว เล่น  Solo มากกว่าเอาไปสู้กับวงออเคสตร้า คือมันเป็นเสียงที่นุ่ม และกลมกล่อมมากๆในทุกๆช่วงเสียง มีเบสที่นุ่ม ลอย กว้าง แต่ไม่ลึกเท่า Kawai EX ในขณะที่ช่วงเสียงกลางและแหลม มันช่างหวานย้อย ประหนึ่งเรานำเสียงเปียโนมาเคลือบคาราเมลแล้วค่อยๆนำเข้าปาก เคี้ยว และซึบซับความหวานเลยครับ มันเป็นเสียงที่เล่น Single Note เพราะมากๆ คือแค่กดโน๊ตตัวเดียวก็เพราะแล้วครับ เพราะมัน นัว อุ่น และ อบอวลไปหมดเลย สิ่งที่มันแตกต่างจากเปียโนเสียงแนวๆแบบนี้หลังอื่นๆก็คือ ปกติถ้าเสียงนุ่ม มันจะอับ อึดอัด ครับ แต่นี่อาจจะด้วยขนาดอันมหึมาของเจ้า SK-EX มันทำให้นุ่ม แต่ไม่อั้น ไม่มีความรู้สึกเหมือนเล่นเปียโนในตู้เสื้อผ้า เสียงเปียโนแบบนี้ใช้เล่นได้แทบจะทุกแนวครับ แต่อาจจะไม่เหมาะกับแนวซิ่งๆ พวก Dance, Rock, Rock & Roll, Boogie Woogie อะไรประมาณนี้ ที่ต้องการเสียงที่คมชัด แต่ถ้าเรากำลังพูดถึงเพลงคลาสสิค เอาตั้งแต่ Bach ไปจนถึง Debussy เลยไปจนถึง Jazz, Pop ผมกล้าพนันหมดตัวเลยว่า คุณจะหลงรักในเสียงนี้ ในระดับที่มากกว่าเสียง Kawai EX อีกครับ ในส่วนของความเหมือน Acoustic Grand Piano นั้น ก็ทำได้ดีขึ้นอีกระดับครับ คือเสียง SK-EX นี้ไม่มีปัญหาเวลาเล่น Legato แล้ว เสียงยาวแล้ว Natural Decay ของเสียงเก็บมาได้ดี, Velocity Switching ทำมาได้เนียน ปราศจากรอยต่อ จริงๆแล้วคุณสามารถ customize เสียง SK-EX นี้ได้มากเลยนะครับจาก Virtual Technician คือ Parameters ที่เราสามารถปรับได้นี่บอกเลยว่าเพียบ ไม่ว่าจะเป็น String Resonance, Damper Resonance, Lid Position, Pedal Noise, Fallback Noise ฯลฯ คือพูดง่ายๆว่า ถ้ามันยังฟุ้งนุ่มไม่พอ คุณไปปรับให้เป็นแบบที่คุณต้องการได้ครับ ข้อเสียเดียวเลยที่ผมพอจะเห็นของเสียงนี้ ก็คือมันฟังดูดร็อปลงเวลาฟังผ่านทางหูฟังครับ มันฟังดูบางและสั้นลงเล็กน้อย ผมเข้าใจว่าเสียงนี้คงจะถูกปรับจูนมาอย่างดีให้เหมาะกับ Character ของลำโพง มากกว่าที่จะให้ฟังผ่านทางหูฟังที่เสียงจะ Neutral กว่าครับ

 

มาถึงเสียง Kawai EX ครับ ต้องบอกตามตรงว่ามันดูดร็อปไปเยอะมากๆเลยพอมาอยู่กับเจ้าเสียง SK-EX คือไอ้เสียงนี้นี่มันฟังดูดีมากๆเลยนะครับตอนอยู่ใน ES-7 แต่พอมาเทียบแบบ A-B กับ SK-EX แล้ว ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะข้าม Kawai EX ไปเลย คือถ้าคุณไม่ได้เล่นเพลงเร็วๆ หรือเพลงที่โวยวายมากๆ ที่ต้องการพลังของเสียงเบส ส่วนตัวแล้วผมคิดว่า SK-EX จะชนะในแทบจะทุกกรณีเลยครับ Kawai EX เป็นเปียโนใหญ่ มีพลังเยอะ เบสลึกและมีพลังมาก เสียงกลางและแหลมมีมวล ไม่ออกมาเป็นเสียงขิม แต่มวลที่มันมีนั้นเทียบไม่ได้กับเสียง SK-EX เลยครับ หากเราลองเล่นคอร์ด C โดยใช้เสียง SK-EX แล้วสลับไปเล่นแบบเดิมเป๊ะบนเสียง Kawai EX ผมเชื่อว่าคุณจะหลงรัก SK-EX ทันทีเลยครับ ..อย่างไรก็ดีมันไม่ได้หมายความว่า Kawai EX จะไม่มีข้อดีนะครับ บ่อยครั้ง (โดยเฉพาะหากเราเล่นเพลงคลาสสิค) ที่เราเล่นเพลงโวยวายๆ เช่นเหล่า Chopin Etudes, Beethoven Sonatas หลายๆบท หรืออาจจะพวก Prelude & Fugue ของ Bach เสียง Kawai EX จะเล่นได้มันกว่าครับ หรือในอีกกรณีนึงที่สำคัญมากๆเลยคือ เล่นในวง โดยเฉพาะพวกแนว Fusion Jazz, Dance, Rock เสียงนี้จะเหมาะกว่าเสียง SK-EX มากครับ เพราะเป็นเสียงที่ชัดกว่า Projection ดีกว่า และไม่กวนวงครับ

 

ท้ายสุด คือเสียง SK-5 ซึ่งเป็นแกรนด์เปียนโนขนาดเล็กลงมา (197cm) เสียงนี้อยู่ในปุ่ม Piano 2 ครับ ซึ่งทีแรก บอกตามตรงว่าผมไม่ได้คาดหวังอะไรเลย คิดว่าเป็นของแถมมาเฉยๆ เพราะจากประวัติศาสตร์กว่าสามสิบปีของเปียโนไฟฟ้าที่ผ่านมาสอนให้เรารู้ว่า ไม่ควรคาดหวังอะไรเลยจาก Piano 2 55555 คือมันจะเหมือนให้มาอย่างั้นๆครับ แต่ในครั้งนี้ไม่ใช่อย่างที่เราคิดเลยครับ คือเสียงนี้มันเป็นเสียงที่มีพลังน้อยลงไปกว่า SK-EX ลงไปอีก แต่อุ่นกว่า นวลกว่า และที่สำคัญ Emotional กว่าครับ ยิ่งเวลาเล่นเป็นคอร์ดแล้วนี่ ซี๊ดเลยครับ เพราะมากๆ ที่เพราะนั้นก็เพราะจากความไม่สมบูรณ์แบบของการที่มันเป็นเปียโนขนาด 6 ฟุตกว่าๆนั่นล่ะครับ inharmonics ของมัน ฯลฯ สิ่งนี้ทำให้เสียงมันมีชีวิตอย่างน่าทึ่ง หลังจากอยู่กับเจ้า ES-8 ได้ประมาณสองอาทิตย์ กลายเป็นว่า ผมอยู่กับเสียงนี้มากกว่าเสียง SK-EX อีกครับ และด้วยความที่มันนวล นัว และพริ้วไปหมดเลย ทำให้เสียงมันเหมือนหมอนนุ่มๆ น่านอนเป็นอย่างยิ่ง ทำให้มันนำไปเล่นกับนักร้องได้ดีแบบสุดๆเลย คือมันไม่มีการกวนนักร้องเลยซักนิด เหมาะอย่างยิ่งกับเพลงแนวๆ Light Jazz, Bossanova, Pop ที่เสียงนักร้อง หวานๆ นุ่มๆ เนียนๆ นัวๆ ครับ ถ้าจะให้ผมติเสียงนี้ ก็คงมีข้อเดียวคือ เวลาอยู่ในวงมันอาจจะจมไปซักนิด แต่ก็อีกล่ะครับ เสียงนี้มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการนั้นอยู่แล้ว

 

สรุปในเรื่องของเสียง มันสมบูรณ์แบบจริงๆครับ ดีกว่า ES-7 เป็นทุ่งเลย และไม่ผมไม่เห็นตัวไหนเลยจริงๆ ที่จะได้อะไรเยอะมากขนาดนี้ ในระดับราคาเท่านี้..

 

ต่อมามาดูในเรื่องของคีย์กันบ้างครับ ส่วนตัวแล้วผมอยากหยุดเวลาไว้ที่ RH2 ครับ เพราะรู้สึกชอบคีย์ชุดนั้นมาก จริงๆผมรู้สึกว่าคีย์ของ RH2 นั้นมันดีกว่า Acoustic Grand Piano จริงซะอีก คือมันดี เกินจริงครับ คีย์ RH2 ใน ES-7 เป็นคีย์ที่คุมได้อย่างตามสั่งที่สุดในโลกที่ผมเคยเล่นมา เพราะความเบา และความสม่ำเสมอของมัน คือมันเป็นคีย์ที่มี Initial Resistance หรือน้ำหนักต้านในตอนแรกที่กดลงไปต่ำมาก ทำให้เราจะเล่น pianissimo ที่เบามากๆๆๆๆๆๆ ได้ไม่ยากเลย และจากสัมผัสที่เบาที่สุดตรงนั้น การคุมน้ำหนักให้ได้ตามใจเราสั่ง ให้ดังขึ้นอีกนิด อีกนิด อีกนิด และอีกนิด มันทำได้ง่ายและ Smooth จนน่าเหลือเชื่อ เรียกได้ว่ากราฟของการตอบสนองของแรงที่กดลงไป และเสียงที่ออกมา มันจะออกมาเป็นกราฟเส้นตรง 45 องศาเลยครับ แล้วที่ผมบอกว่ามันดี เกินมันเกินตรงไหนล่ะ? ก็ตรงนี้ล่ะครับ.. เพราะ Acoustic Grand Piano มันมี Initial Resistance อยู่พอสมควร สมมุติว่าจากสเกล 0 – 100 แทนที่คุณจะต้องออกแรง 1 เพื่อให้เสียงออกม่า 1 คุณอาจจะต้องออกแรง 15 เพื่อให้เสียงออกมา 1 เพราะคุณต้องออกแรงให้ชนะแรงต้านตั้งต้นของมัน หากคุณออกแรง 1 มันจะไม่มีเสียงใดๆออกมาเลยครับ ทีนี้สมมุติว่าคุณต้องออกแรง 15 เพื่อให้เสียงออกมา 1 ทีนี้ถ้าคุณต้องการเสียง 5 มันก็จะยากแล้วครับ เพราะนั่นแปลว่าคุณต้องออกแรง 20 มันจึงจะกะได้ยากขึ้นกว่า ES-7 อยู่พอสมควรครับ

 

การที่ RH2 ใน ES7 มี Initial Weight ที่น้อย ทำให้มัน Control ได้แบบคมชัดเหนือจริงเป็นอย่างมาก แต่ทำให้ความ เหมือน” Acoustic Grand Piano นั้นน้อยลง สำหรับคนที่สลับเล่นไปมาระหว่าง ES-7 กับแกรนด์เปียโนอาจจะมีปัญหาได้ในช่วง 15 นาทีแรก เพราะต้องทำความคุ้นเคยกันใหม่ซะเล็กน้อยครับ ES-8 จึงมากับคีย์ชุดใหม่ที่มีชื่อว่า RH3 ซึ่งคีย์ชุดนี้ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์ข้างบนโดยเฉพาะเลยครับ วิธีแก้ก็คือ การเพิ่ม Counter Weight ลงไปที่ใต้คีย์ ทำให้มี Initial Resistance สูงขึ้น ผลดีก็คือความคล้ายเคียงกับ Acoustic Grand Piano ที่มามากขึ้นเยอะมาก การฝึกซ้อมไปๆมาๆ ระหว่าง ES-8 และ Grand Piano แทบจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไปแล้ว แต่ข้อเสียก็คือ ความเหนือธรรมชาติของคีย์ RH2 ใน ES7 นั้นหายไป จากน้ำหนักที่มันมีมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ ก็จะมีทั้งคนชอบและไม่ชอบครับ แต่ผมเชื่อว่าคนหมู่มากน่าจะชอบ เพราะคนที่ต้องการคีย์ที่รู้สึกเหมือนแกรนด์เปียโนจริง มีมากกว่าคนที่ต้องการคีย์ที่ เกิน” Acoustic Grand Piano เหมือนใน ES-7

 

ดังนั้น ณ จุดนี้ หากถามผมว่า นี่เป็น Portable Piano Perfection แบบที่ Kawai อยากให้เป็นมั้ย ผมตอบได้อย่างไม่ลังเลเลยครับว่าถ้าไม่ใช่ ก็ ใกล้เคียงครับ

 

ทุกๆสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ หากมันไม่ได้เป็นรุ่นที่ถูกทำมาให้แพงที่สุด หรูที่สุด ดีที่สุด มันก็จะต้องมีการวางยาอะไรบางอย่างกันบ้างครับ Kawai ES-8 ก็ไม่ได้เป็นข้อยกเว้นครับ โดนวางยามาเหมือนกัน แต่เผอิญในจุดที่มันโดนวางยามานั้น ไม่ได้เป็นสาระสำคัญซะเท่าไหร่สำหรับเปียโน Portable ที่ใช้เล่นส่วนใหญ่ที่บ้านครับ ส่วนแรกที่โดนวางยาก็คือ ในเสียงอื่นๆที่นอกเหนือจากเสียงเปียโนทั้ง 3 หลังนี้ มันแทบจะไม่ได้มีอะไรที่ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนเลย เรียกได้ว่า Recycle กันมาหมดเลยก็ได้ครับ  เสียงไหน พอผ่านก็ยังพอผ่านอยู่เหมือนเดิม เช่นเสียง Rhodes, Wurlitzer, FM หรือเสียงไหนแย่ ก็คงยังแย่เหมือนเดิม เช่นเสียง Strings ในส่วนของภาค Auto-Accom ก็ยังเหมือนเดิมเลยครับ ไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรมากมาย ในส่วนที่สองที่โดนวางยา ก็คือในส่วนของ Outputs ครับ คือถึงแม้ ES-8 จะมี 1/4inch stereo outputs มาให้ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ใช้บนเวทีทั่วไป แต่ Kawai กลับวางยาไว้ ด้วยการกำหนดให้เสียงที่ออกมาจาก Outputs นี้เป็น Fixed Volume ไม่สามารถควบคุมระดับเสียงจาก Volume Slider บนเครื่องได้ คือพูดง่ายๆว่า Volume Slider บนเครื่องนั้น เอาไว้ใช้สำหรับลำโพงในตัวมันอย่างเดียวครับ หากใครที่ต้องการนำเจ้า ES-8 ไปใช้บนเวทีบ่อยๆ อาจจะต้องมี submix หรือ mix ตัวเล็กๆมาไว้ข้างๆตัวครับ จะได้ปรับ Volume ได้ง่ายๆหน่อย ก็ต้องเข้าใจ Kawai เหมือนกันครับ คือถ้าเล่นปล่อยหมดกับ ES-8 นี่ พวก MP Series ก็ไม่ต้องขายกันพอดี คล้ายๆกับตอน ES-7 กับ MP-7 นั่นล่ะครับ

 

 

ถามว่าน่าซื้อมั้ย? ตอบได้เลยว่ามากครับ เปียโนสามหลังใหม่นั่นก็เป็นเหตุผลที่เพียงพอแล้วในการอัพเกรด ยิ่งมาเจอคีย์ชุดใหม่อีกนี่ บวกกับลำโพงเทพๆที่มีอยู่แล้วตั้งแต่ดั้งเดิมจาก ES-7… มันคุ้มเกินคุ้มซะจนนึกไม่ออกเลยว่า ในตลาดนี้จะมีใครอาจหาญมาสู้กับมันได้ แนะนำอย่างยิ่งสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการฟินในบ้าน หรือมีเล่น Stage บ้างเป็นครั้งคราวครับ

_____________________________________________________________