ทีวีของเรา

 
Product Showcase
Roland Fantom X6
Roland Fantom X6
ขายแล้วครับ
฿46,999.00
text_stars
 
Account
E-mail address

Password

 
Brands
 
ประชาสัมพันธ์
 
อย่าพลาด!!!


Sound World สวนสนุกเสียงโดย "พ่อครัวเสียง"

ไม่เสียเงินซักบาท ไม่มีเวลาปิด เล่นได้จนมือหงิก ไม่โดนจิกไม่ต้องกลับ!!!

 
Thai Post
 
Bestsellers
 
Shopping Cart
0 items
 

เปียโนขยะ มะเร็งร้ายของวงการเปียโนไฟฟ้า

เปียโนขยะ มะเร็งร้ายของวงการเปียโนไฟฟ้า โดย เชฟจัมโบ้

ผมคิดอยู่นานมากครับกว่าจะเขียนเรื่องนี้ เพราะมันอาจจะกระทบหลายๆฝ่าย และตัวผมเองก็อาจจะโดนด่าว่าเขียนเข้าข้างตัวเองทำนองนี้ แต่ก่อนที่จะคิดไปแบบนั้น อยากให้ลองเปิดใจ และลองอ่านดูเหตุและผลก่อนครับ ส่วนตัวผมนั้นแค่อยากจะแค่หยุดไอ้เจ้าวงจรอุบาทว์นี้ ที่ทำให้ชื่อของเปียโนไฟฟ้าต้องเสื่อมเสีย คนที่ซื้อไปก็ได้ของคุณภาพกับที่ไม่สมกับราคาที่ตัวเองจ่ายไป  ส่วนคนขายก็ยิ้มไปเลยเพราะกำไรเนื้อๆ เน้นๆ เหนาะๆ


สาเหตุหนึ่งและอาจจะเป็นสาเหตุที่สำคัญที่สุดของวงจรณ์อุบาทเปียโนขยะนี้นั่นก็คือความไม่รู้ของผู้ซื้อ และในบางครั้งความไม่รู้ของผู้ขายด้วย คำว่าเปียโนขยะในความหมายของผมก็คือ home piano ที่มันเก่ามากๆจนเค้าทิ้งแล้ว (ถึงแม้สภาพจะดีหรือใหม่กิ้กขนาดไหนก็ตาม) หลายๆตัวเป็นพวก Clavinova เก่าๆ หรือขายกันถูกๆแบบเหมือนได้ฟรี สามพันเยน ห้าพันเยน (อัตราแลกเปลี่ยน ณ วันที่ 2 พฤษภาคม 2553, 100 เยน = ประมาณ 35 บาท)


ทราบหรือไม่ว่า Clavinova ตัวแรกนั้นออกมาตั้งแต่ปี 1983 แล้ว Clavinova รุ่นแรกๆที่ออกมานั้นยังไม่ใด้ใช้ AWM หรือเทคโนโลยีของ Yamaha ในการ sample ด้วยซ้ำไป แต่ยังเป็น FM Synthesis เหมือนในเครื่องอย่าง  DX7 อยู่เลย (ซึ่งมันเป็นตำนานครับในเรื่องของความเป็นเอกลักษณ์ของ FM แต่ไม่ใช่สำหรับเสียงอคูสติกเปียโนแน่ๆ) เปียโนในยุคนั้น หากจะให้เทียบกับทีวี ก็คงเป็นทีวีจอสีรุ่นแรกๆ ตู้ไม้ ที่ยังไม่มีแม้แต่รีโมทด้วยซ้ำ ใช้มือบิดเปลี่ยนช่องเอา ยังไม่มีช่อง av in ต้องมานั่นจูนช่องเองเหมือนพวกเครื่อง famicom และนั่นล่ะครับ คือเหตุผลที่มันเป็นขยะมากกว่าเป็นเปียโน คือมันเก่าจนเค้าไม่ใช้กันแล้ว และถึงใช้ ก็ใช้ไม่ได้ดี และที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ มันมักจะถูกนำมาขายในราคาหมืนกว่าบาทไปจนถึงสองหมื่นกว่าบาท ทั้งๆที่ราคาของพวกนี้ในญี่ปุ่น สามพันเยน ยังคิดกันหนักเลยครับ


เหตุผลของตรงนี้ก็เนื่องมาจากตัวผู้ซื้อเอง เห็นเปียโนมันดูเป็นไม้ๆ ดูมีราคาดี ก็เลยโทรไปหาผู้ขาย ทั้งๆนี้ตัวผู้ซื้อเองนั้นมีประสบการณ์เกี่ยวกับเสียงเปียโนน้อยมากหรืออาจจะไม่มีเลย หลายๆคนอาจจะยังไม่เคยฟังเสียงเปียโนที่ดีๆ ด้วยซ้ำไป  ทีนี้ผู้ขาย ที่เป็นมือเบสบ้าง กีต้าร์บ้าง หรือไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับเปียโนเลย ก็บอกว่า โห เปียโนตัวนี้เสียงเพราะมาก ทัชชิ่งเหมือนเปียโนแกรนด์เลย แค่คำแรกนี้ผู้ซื้อก็หูผึ่งแล้ว ทีนี้ผู้ขายก็เลยฉวยโอกาสนี้โฆษณาต่อ “สภาพก็ดีมาก ของมือสองที่ญี่ปุ่นสภาพสวยๆเหมือนใหม่ เค้าใช้กันแป้ปๆเค้าก็ทิ้งแล้ว”…


หากใครได้มีโอกาสคลุกคลีกับของมือสองที่ญี่ปุ่น (หรือที่ใดในโลกก็ได้) ก็จะค้านกับประโยคนี้หัวชนฝาเลยครับ ไม่มีคนชาติใดในโลกหรอกครับที่ไม่อยากขายของได้ราคา และไม่มีผู้ขายคนไหนในโลกหรอกครับ ไม่ว่าจะเป็นชาติไหน ที่ซื้อของมาวันนี้แสนนึง อีกสองอาทิตย์ผ่านไปเต็มใจจะขายเหลือสองหมื่น หรือถ้าต่อให้ขายสองหมื่นจริง ผู้ซื้อคงไม่มีโอกาสได้ซื้อ เพราะคงจะต้องเหยียบกันตายก่อน จริงๆแล้วราคาขายของมือสองที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะเครื่องดนตรี คีย์บอร์ด เปียโนไฟฟ้าแบบนี้ ราคาจะตกน้อยมากๆเลยครับ ยิ่งถ้าเป็นรุ่นใหม่ๆ สภาพสวยๆ ราคาที่ขายกันนี่เรียกได้ว่าไล่กับของใหม่เลยทีเดียว (ตกไม่ถึง 10-15%) ลองคิดเล่นๆดูครับ สมมุติว่าเราซื้อ LED TV รุ่นใหม่ล่าสุดมาเลยวันนี้ หนึ่งแสนบาท อีกเดือนนึงเราจะขาย เรารู้ว่าเราขายที่ 90000 ก็ยังจะมีคนซื้อ คือเป็นจุดที่ตัดกันของความพอใจของผู้ซื้อและผู้ขายแล้วเราจะขาย 20000 มั้ย? ก็คงไม่ใช่มั้ยครับ?


ทีนี้มาจินตนาการต่อครับ ว่าในกรณีไหนผู้ขายถึงจะยอมขาย LED TV เครื่องนั้นในราคาพันหรือสองพันบาท (เหมือนเปียโนขยะที่ผมบอกไป ราคาซื้อใหม่แสน แต่ขายออกไปแค่ สองพันเยนถึงห้าพันเยน หรือประมาณ เจ็ดร้อยถึงพันกว่าบาท) … ใช่แล้วครับ นั่นก็คือเมื่อ LED TV มันเป็นเทคโนโลยีที่เอ้าท์ไปแล้ว แล้วไม่ใช่เอ้าท์ไปธรรมดาด้วย แต่เอ้าท์ไปสุดๆจนเป็นขยะไปแล้ว ถ้าเป็นโทรศัพท์มือถือ ก็คงประมาณรุ่นกระดูกหมา ถ้าทีวี ก็คงเป็นทีวีตู้ไม้จอโค้งไม่มีรีโมทไม่มีช่อง AV หรือถ้าเป็นรถก็คงเป็นรถที่ยังไม่มีแม้แต่ดิสก์เบรค เซ็นทรัลล็อค พวงมาลัยไฟฟ้า เกียร์ออโต้….


แล้วทีนี้ ไอ้โทรศัพท์กระดูกหมา หรือทีวีตู้ไม้จอโค้งไม่มีรีโมทและช่อง AV หากเป็นเปียโน “ขยะ.” มันจะเป็นยังงัยล่ะ?

ก่อนอื่น เราต้องมาทำความเข้าใจกับก่อนครับ ว่าเปียโนไฟฟ้าเนี่ย มันเป็นอุปกรณ์เทคโนโลยี 100% เทคโนโลยียังงัย? ก็คือเทคโนโลยีในการ “จำลอง”เสียงเปียโน และ “ความรู้สึก” ของการเล่นเปียโน หรือถ้าจะให้พูดภายในคำเดียวก็คือ “จำลองประสบการณ์เล่นอคูสติกแกรนด์เปียโนชั้นเยี่ยม” นั่นเอง ซึ่งอะไรก็ตามที่เข้าข่ายการจำลอง เลียนแบบอะไรทำนองนี้ มันจะดีขึ้นตามกาลเวลาครับ ยกตัวอย่างเช่น เกมส์ขับรถ เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กับปีนี้ ความสมจริงมันก็ผิดกัน เอฟเฟ็คกีต้าร์ ซึ่งเดี๋ยวนี้พวก VST (Virtual Instrument) มันทำได้เหมือนจนเวลาอัดแทบไม่มีใครเค้าใช้เอฟเฟ็คจริงกันแล้ว หรือแม้กระทั่งกระเทย น้องปอยก็เป็นผลจากเทคโนโลยีจำลองการเป็นผู้หญิงที่พัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้..
เพราะเหตุนี้เช่นนี้ สำหรับเปียโนขยะ:-


-คุณจะไม่มีวันคาดหวังความสมจริงได้เลย เนื่องจากเทคโนโลยีที่จำกัดในอดีต เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้ว เราใช้ waverom ขนาดเพียงแค่ 1MB สำหรับเปียโนไฟฟ้า(หากเป็นรุ่นก่อนหน้านั้น บางทีเป็น FM Synthesis ด้วยซ้ำ นั่นก็คือ เป็นเปียโนที่เสียงถูกสังเคระห์มาจากการ modulate frequency ไม่ได้ใช้เทคโนโลยี sampling และไม่มี waverom ด้วยซ้ำ) ในปัจจุบันนี้ เปียโน CVP รุ่นสูงๆ (507 509) ใช้ waverom ขนาดเป็นร้อยเม็ก สำหรับเสียงเปียโนเพียงเสียงเดียว ลำพังแค่นี้ก็ต่างกันเป็นร้อยเท่าแล้วครับ นี่ยังไม่รวมถึงพวก VST Piano อย่าง Ivory ที่มีขนาดเป็นหลายๆสิบ GB  (ประมาณ 30-40GB ไม่รวม expansion pack) นั่นก็คือ ขนาดที่ต่างกันถึง 3 หมื่นเท่าของ waverom!!! เมื่อเทียบกับเปียโนขยะเก่าๆ


-เทคโนโลยีของคีย์ ถึงแม้เทคโนโลยีของคีย์จะพัฒนาไปช้ากว่าเทคโลยีของ waverom  แต่ที่ผ่านมา ก็มีเทคโนโลยีหลากหลายที่ออกมาซึ่งทำให้คีย์มีความรู้สึกที่ใกล้เคียงอคูสติดเปียโนได้มากๆ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว กลไกของคีย์เรา อาจจะเป็นเพียง คีย์พลาสติก สปริง ตะกั่ว แต่ในปัจจุบัน สิ่งที่อยู่ใต้คีย์ของเปียโนไฟฟ้าก็คือค้อนที่จะลองมาจากค้อนของ acoustic grand piano ในหลายๆรุ่นมีการจำลองแม้กระทั่งกลไกล escapement ของ acoustic grand ในหลายๆรุ่นมีการใช้คีย์ไม้จริง และในหลายๆรุ่นมีกระทั่งการจำลองสัมผัสของคีย์ให้ใกล้เคียงกับงาช้างเพื่อซึมซับความชื้นในระหว่างเล่น


-ข้อจำกัดของ Polyphony เนื่องด้วยความสามารถของชิปประมวลผลที่จำกัดในเปียโนไฟฟ้าเก่าๆ ทำให้หลายๆตัวมี polyphony (จำนวนโน้ตที่กดได้พร้อมกัน รวมเสียงที่ค้างไว้จากการเหยียบ pedal) จำกัดมากๆ เช่น 16 หรือ 32 ซึ่งสำหรับ passage ที่ยากๆ หรือ arpeggio หรือพวก glissando แล้ว polyphony แค่ 16 หรือ 32 อาจจะไม่เพียงพอ เปียโนไฟฟ้าในปัจจุบันมี polyphony ตั้งแต่ 32 64 128 196 ขึ้นไป ทำให้อาการ polyphony หมดจะไม่เกิดขึ้นอีก
ทั้งหมดนี้ผมว่าน่าจะเป็นเหตุผลที่เพียงพอสำหรับการปฏิเสธเปียโนขยะครับ ชื่อก็บอกว่า เปียโนขยะ คือขายเป็นขยะ ไม่ได้ขายมาให้เล่นอีกแล้ว แต่ที่สำคัญก็คือ ในญี่ปุ่นขายเป็นขยะจริง แต่พอเอาเข้ามาเมืองไทย คนขายก็ไม่รู้เรื่อง เห็นเป็น cabinet แบบเปียโนสวยๆ ก็ขายกันซักหมื่นกว่าสองหมื่นสามหมื่น ซึ่งเป็นราคาที่ซื้อเปียโนไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆระดับล่างได้ ไม่ใช่ราคาขยะ หากจะให้เทียบเปียโนไฟฟ้ารุ่นท๊อปเมื่อสิบห้าปียี่สิบปีมาแล้ว เทียบกับเปียโนไฟฟ้ารุ่นล่างๆปัจจุบัน ลองคิดถึงเทคโนโลยีของ CPU ดูครับ รุ่นท๊อปเมื่อสิบห้าปีมาแล้วอาจจะเป็น Pentium Pro 200MHz แต่รุ่นล่างสุดในปัจจุบัน เอาล่างสุดจริงๆใส่ใน netbook ก็ได้ ก็น่าจะเป็น Intel Atom  ซึ่งมันก็เร็วกว่า Pentium Pro 200MHz เป็นไหนๆ ฉะนั้นผมก็ยังยืนยันครับว่า แม้แต่เปียโนรุ่นล่างสุดในปัจจุบัน (ไม่รวมพวกเปียโนจีน) เปียโนรุ่นล่างสุดนี้ ก็ยังน่าซื้อกว่าเปียโนขยะครับ หากบ้านคุณไม่ได้เป็นพิพิธภัณฑ์ มองข้ามตรงนี้ไปเถอะครับ…


ทีนี้อาจจะมีคนถามว่า เอ แล้วทำไม stage piano (เปียโนไฟฟ้าที่ใช้บนเวที) ถึงแม้จะเก่าแล้ว แต่หลายๆทีราคายังสูงอยู่ล่ะ? ตรงนี้มันไม่เหมือนกันครับ เพราะ stage piano ไม่ใช่ขยะ จุดประสงค์ของ stage piano ในหลายๆทีไม่ใช่การจำลองเสียงเปียโน พยายามเป็นเปียโน แต่เป็นการสร้างเครื่องดนตรีที่เรียกว่า stage piano สำหรับใช้บนเวที ให้มีเสียงที่มี character ในแบบเฉพาะสำหรับตัวมันเอง ให้มีเสียงที่เหมาะสมกับการเล่นกับ band เพราะฉะนั้น ด้วยตัวมันเองจึงเป็นเครื่องดนตรีในแบบของมันเอง มีคุณค่าในแบบของมันเองครับ

วิธีสังเกตุว่าเปียโนนั้นๆเป็นเปียโนขนะหรือไม่
1. เปียโนขยะจะ google ไม่ค่อยเจอ  เพราะเก่าจัด ยกเว้นบางรุ่นที่อาจจะไม่ได้เก่าแต่มีขายในประเทศญี่ปุ่นอย่างเดียว
2. เปียโนขยะมักอยู่ในรูปแบบของ Home Piano มีตู้ไม้ เพราะว่าผู้ขายเห็นตู้ไม้แล้วทราบว่าผู้ซื้อจะคิดว่ามันสวยคลาสสิคและแพง
3. เปียโนขนะมักจะถูกขายโดยคนที่เล่นเครื่องดนตรีชนิดอื่น เช่น กีต้าร์ เบส กลอง ผู้ขายหลายๆคนไม่รู้จริงๆว่ามันคือขยะ อีกกลุ่มนึงที่ชอบขายเปียโนขยะก็คือร้านขายเปียโนอคูติกที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น เพราะพวกนี้เห็นเปียโนขยะขายกันที่ญี่ปุ่นเป็นขยะถูกมากๆ จึงเอาติดตู้มาขายในประเทศไทยด้วย
4. หากคีย์ใช้กลไกเป็นตะกั่วหรือสปริง ซึ่งหากคุณพอมีประสบการณ์ตรงนี้แม้เพียงเล้กน้อย คุณจะทราบได้ทันที เปียโนที่มีกลไกเป็นแบบนี้ โดยทั่วไปจะเก่าจนเข้าข่ายเปียโนขยะได้ครับ
5. เสียงเปียโน สภาพ ดีไซน์ ตรงนี้ต้องอาศัยประสบการณ์เล็กน้อยครับ หากเราฟังของดีมาเราจะรู้ทันทีว่าไอ้นี่มันขนะหรือของขวัญ อีกอย่างที่บอกได้คือดีไซน์ มีเปียโนขยะหลายรุ่นที่มีดีไซน์ที่ฟ้องถึงอายุของมัน เช่น ฝาปิดคีย์สีชา เป็นต้น
6. Google อีกแล้วครับ ถ้ามันเป็นเปียโนที่ออกมาก่อนปีซัก 95 ให้จัดมันเป็นเปียโนขยะได้เลยครับ

จริงๆแล้วเปียโนขยะ นอกจากจะทำให้คุณได้ขยะราคาแพงแล้ว ยังเป็นความสูญเสียของวงการเปียโนไฟฟ้าอีก เพราะอาจจะมีพวกอาจารย์เปียโนที่ไม่เคยรู้จักเปียโนไฟฟ้าเลยมาลองเล่น และเพราะมันห่วยจริงเค้าจะด่า แล้วเอาไปเล่าต่อให้คนอื่นๆและลูกศิษย์ฟัง ทำให้เปียโนไฟฟ้ามีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีต่อไปกับกลุ่มๆนี้ ถึงแม้จริงๆแล้วเทคโนโลยีของเปียโนไฟฟ้าถูกพัฒนาไปไกลกว่าจุดนั้นมากๆแล้วก็ตามครับ