ทีวีของเรา

 
สินค้าของเรา
Yamaha SY-77
Yamaha SY-77
ขายแล้วครับ
฿13,000.00
 
เข้าสู่ระบบ
 
ยี่ห้อ
 
ประชาสัมพันธ์
 
อย่าพลาด!!!


Sound World สวนสนุกเสียงโดย "พ่อครัวเสียง"

ไม่เสียเงินซักบาท ไม่มีเวลาปิด เล่นได้จนมือหงิก ไม่โดนจิกไม่ต้องกลับ!!!

 
ไปรษณีย์ไทย
 
สินค้าขายดี
 
ตะกร้าสินค้า
0 รายการ
 

Korg TritonRack

Korg TritonRack
กดเพื่อขยายขนาด
ราคา: ฿0.00
สถานะสินค้า: ในสต็อค
โมเดล: Rack ถูกสอยแระนะ
ผู้ผลิต: Korg
ความนิยมเฉลี่ย: ยังไม่มีอัตราความนิยม

Korg TritonRack เป็นซาว์โมดูลในขนาด 2 U เสียงเดียวกับ Triton Classic มวลของเสียงแน่นเหมือนกันทุกอย่าง เบากว่าซื้อเวอร์ชั่นคีย์บอร์ดและมีความทนทานมากกว่าเนื่องจากไม่ได้ใช้ จอแสดงผลแบบทัชสกรีน   สภาพโดยรวมดูใหม่มีกล่องจากโรงงานและคู่ืมือยังอยู่ครบถ้วน  

** ขายไปแล้วครับ ***

สำหรับรีวิวรุ่นนี้โดยละเอียดลองอ่านรีวิวโดยเชฟจัมโบ้กันได้เลยครับ

 

Triton คือหนึ่งในคีย์บอร์ดที่ตอบยากที่สุด หากมีใครซักคนถามว่ามันดีหรือไม่ดียังงัย….

เพราะ อะไรเหรอครับ? เพราะเสียงมันบอกได้คำเดียวเลยว่า “เสียงโคตรจะ Korg….” Triton เป็น synth ของ Korg ตัวแรก ที่มากับ HI Synthesis (ก่อนหน้านี้้ Korg Trinity ใช้ synth engine ที่มีชื่อว่า Access และใช้ waverom ขนาด 24MB ที่มีหลายwaveforms ที่ triton ไม่มี เสียงมันเลยไม่เหมือน Triton ซักเท่าไหร่นัก) และทำให้คีย์บอร์ดทุกรุ่นของ Korg ที่ผลิตออกมาหลังจากนั้น มีเสียงที่คล้ายกันกับ Triton เรียกว่าแทบจะทั้งหมด  ตั้งแต่ Triton Le, Triton Studio, Triton Extreme, TR,X50, M50, M3 ซึ่งถึงแม้ engine ของ m50 กับ m3 จะเป็น engine ใหม่แล้วที่ชื่อว่า EDS แต่เสียงก็ยังคงไม่ทิ้งฟีล Triton อยู่ดี 

เสียง ของ Triton เป็นเสียงที่หากฟังจากวิทยุ ที่ volume ประมาณแปดโมงเช้า เราก็ยังจะรู้ว่าเป็นเสียง Triton มันเอกลักษณ์อย่างงั้นเลยจริงๆนะครับ… เสียงแนว Triton เป็นเสียงแนวที่ผู้ที่คลั่ง “เนื้อ” เสียง แบบผู้ที่หลงไหลใน Motif หรือ Fantom จะเกลียด เพราะมันเป็นเสียงฟูๆ ฟุ้งๆ แหลมๆ ชัดๆ กว้างๆ โดยที่มีเนื้อจริงๆอยู่ไม่มาก นี่คือเหตุผลว่าทำไมผู้หลงไหลใน Motif หรือ Fantom จะด่า Triton ถึงขึ้นจะชกปากกัน (ในประเทศไทย) และชกปากกันไปแล้ว (ในต่างประเทศ) 555

เสียง Triton นั้นเป็นเสียงที่ Airy ครับ นั่นก็คือออกแนว ฟุ้งๆลอยๆ ชัดเจน มวลน้อย ซึ่งเสียง Triton ที่มันออกมาเพราะเนี่ย มันไม่ได้เพราะที่มวลมัน แต่เพราะที่ engine และ effects ของมันครับ  ทีนี้ผู้ที่ชอบ Motif หรือ Fantom เค้าเลยบอกว่า เสียง Triton อ่ะห่วย ลองถอด effectsออกไปดูดิ แล้วจะรู้ว่ามันบางจ๋อยขนาดไหน… จะบ้าเหรอ!!!!! แล้วใครบ้าที่ไหนมันจะเล่นคีย์บอร์ดแบบถอด effects ออกไปบ้างล่ะ ของพวกนี้มันต้องฟังที่ผลลัพธ์ ไม่ใช่วิธีการครับ…
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ ส่วนตัวแล้วเนี่ย Triton ก็เป็นตัวนึงที่มันจะต้องอยู่ข้างๆผมตลอดนะครับ ด้วยเหตุผลว่ามันมีเสียงบางประเภทที่นึกถึงปุ้ป จะมีภาพ Triton ออกมาทันที… หรืออีกอย่างที่ผมจะไว้ใจ Triton ได้เสมอ คือเวลาเอามันไปเล่นสดหรือในห้องซ้อมครับ ด้วยความที่เสียงมันไม่ใช่เสียงที่มีมวลมากๆ ทำให้เวลาไปต่อตู้แอมป์ที่ไม่ดีนักหรือมอนิเตอร์ที่มันบวมๆ เสียงมันไม่ฟังดูทึบ แออัดจนเกินไป และด้วยความที่เสียงมันชัด ทำให้มัน cut เวลาอยู่กับวง ทำให้มันเป็นคีย์บอร์ดที่ไม่เคยจม และไม่ต้องเร่ง gain กันสุดๆครับ

เพื่อไม่ ให้มั่วเขียน สะเปะสะปะไปเรื่อย ผมจะขอพูดถึงสองเรื่องหลักๆละกันครับสำหรับ Triton นั่นก็คือเรื่อง การใช้งาน และเรื่องเสียงครับ

___________________________________

การใช้งาน

Triton คือหนึ่งในคีย์บอร์ดที่ผมคิดว่าเป็นสวยเป็นอันดับต้นๆของโลก งานประกอบทำได้ดี แข็งแรง ทนทาน ยกเว้นพลาสติกข้างๆเครื่องที่ถ้าจับยกตรงนั้นจะแตกเอาได้ง่ายๆเลย การใช้งานจอ touchview ต้องการการดูแลพอสมควรครับ เพราะเราจะเล่นเวทีกลางแจ้งโดนแดดโดนฝนก็คงไม่เหมาะนัก มันจะพังเอาได้ง่ายๆ ซึ่งถ้าพังมา ลำพังแค่ค่าจอก็หลายพันแล้วครับ แต่ในเรื่องอะไหล่นั้นมีครับ


ในเรื่องของการใช้งานนั้น ไม่ว่าตั้งแต่ขวบปีแรกที่มันลืมตามาดูโลก จนกระทั่งสิบกว่าปีผ่านไป ถึงตอนนี้ มันก็ยังเป็นหนึ่งในคีย์บอร์ดที่ผมคิดว่ายอดเยี่ยมที่สุดในโลกในเรื่องของ การใช้งาน จอ Touchview ของ triton นั้น ทำให้ชีวิตของมือคีย์บอร์ดขี้เกียจๆง่ายขึ้นมาก เพราะไม่ต้องเตรียมตัวอะไรมาก แค่จิ้มไปที่หมวดที่ต้องการจิ้มอีกทีเลือกเสียง ก็จบเลย ทุกอย่างอยุ่ตรงหน้าทั้งหมด ไม่ต้องเข้าเมนูลึกๆไปเพื่อทำอะไรต่ออีกแล้ว ในขณะที่หากคุณใช้ Yamaha คุณต้องทำการบ้านกันยาวเลย ทั้งในด้านการเรียนรู้การใช้งานเครื่อง (สำหรับ Korg ในกรณีที่จะแก้ไขค่าต่างๆของเครื่อง แค่กดปุ่ม global เท่านั้นก็จบ ทุกอย่างอยู่ตรงหน้าให้คุณเห็นน่ะแหละ จะทำอะไรก็จิ้มๆเอา) และการจัดเสียงของตัวเองที่ใช้บ่อยๆเก็บไว้ใน user ของตัวเองไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางเอาไปเล่นสดได้ทันเลย นอกจากนั้น ในเรื่องของการจัดเรียง patch Triton ก็ทำตามตรรกะของมนุษย์ได้ดีด้วย ยกตัวอย่างเช่น ใน triton การเปลี่ยนจากเสียงเปียโนไปสตริงนั้น ก็เพียงแค่กดปุ่ม strings เพื่อเลือก category เสร็จแล้วก็กดเลือกเสียง สองทีจบ แต่หากเป็น Motif หากไม่ได้ทำการบ้านมาก่อน แล้วจำเบอร์เสียงไม่ได้ จะต้องหัวเสียแน่ๆ ถึงแม้มันจะมีปุ่ม category ให้เลือกเสียงตาม category สมมุติตัวอย่างเดิมละกันครับ strings ใน motif เนี่ยพอกดเลือก category strings แทนที่มันจะไป strings ensemble มันดันไปเสียง violin 1 ซึ่งถามจริงเถอะครับ จะมีซักกี่ครั้งในชีวิตที่คุณเอาซินธ์เล่นไวโอลิน แล้วต้องใช้ jog มันหมุนผ่านไอ้พวกsolo strings ไปก่อน ถึงเจอพวก strings ensemble หรือไม่ก็ต้องไปหน้าที่ให้มันแสดง patch รวมแล้วอ่านเอาว่าอยู่อันไหน ฉะนั้น หากไม่ทำการบ้านมาก่อน Triton จะตอบโจทย์ได้ดีเลยครับ


ในการ edit เสียงนั้น Triton ก็ทำได้ง่ายมากๆเช่นกัน เพราะการที่หลายๆอย่างใช้กราฟฟิคแทนตัวหนังสือ และเวลา edit เสียงใน Triton นั้นมันจะเห็นภาพรวมครับ ไม่ใช่ว่า ค่าโน้นที ชวนให้งง ในเรื่องการ set ค่าต่างๆของเครื่องก็ง่าย จาก global ตามที่ได้บอกไว้แล้ว ในการทำงานกับ sequencer ก็ง่าย เพราะมีจอที่ใหญ่และถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้โดยตรรกะมนุษย์เดินดิน ไม่ใช่นักวิทยาศาตร์ เรียกได้ว่า 90% ของสิ่งที่ Triton ทำได้นั้น เราจะสามารถรู้ได้โดยไม่ต้องเปิดคู่มือเลยครับ


อย่างไรก็ตาม ก็ใช่ว่าเรื่องการใช้งานและ features ต่างๆของ Triton จะดีไปซะทุกเรื่องครับ ตอน Triton ออกมาบ่อยๆ ก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ Trinity พอสมควรเลย ถึงแม้ Triton จะมี polyphony เพิ่มขึ้น, มี arpeggiator, มี sampler, มี OS ที่เร็วกว่า และ Real Time Controllers ที่มากกว่า สิ่งที่หายไปก็คือ Audio Track ในภาค sequencer, digital input และ output รวมถึง digital filter section ที่ถูก downgrade จาก Trinity ครับ


___________________________________

เสียง

อย่าง ที่บอกไปข้างต้นครับ Triton คือ Korg และ Korg คือ Triton เสียงโดยรวมจะมีลักษณะฟูๆ ฟุ้งๆ แหลมๆ ชัดๆ กว้างๆ โดยที่มีเนื้อจริงๆอยู่ไม่มาก แต่ฟังออกมาดูดี เพราะด้วย engine และ effects ของมันนั่นเองครับ หากคุณหวังว่า Triton มันจะเป็น synth ที่มีเสียงอคูสติกที่ดี มีเสียงเปียโนเบอร์ 1 ที่จะหลอกคนฟังได้นั้น คุณจะผิดหวังเลยครับ เพราะมันจะไม่เป็นแบบนั้นซักกะอย่าง แต่ว่ามันจะเป็นเสียงที่ฟังดูดีมากๆเวลาอยู่ในวง และจะเป็นเสียงที่ถูกได้ยิน เนื่องจากความ cut ความพุ่งของมันครับ

เปียโน: สอบตกเลยครับ ไม่ใช่เพียงแค่ตกธรรมดา แต่ตกแบบรองโหล่เลยครับ (ผมคิดว่า synth ที่มีเปียโนห่วยแตกที่สุดหลังจากปี 1998 ขึ้นไปเนี่ย คือพวก Triton Le, Karma ครับ) คือมันไม่ได้มีความสมจริงอยู่เลย แถมเล่นไม่ได้อีกตะหาก เพราะเบสมันจะฟุ้งๆไปหมดเลย เป็นเปียโนที่เล่นได้แต่มือขวาครับ ฉะนั้นถ้าจะเล่นเปียโนใน Triton ต้องใช้เสียงที่มันไม่เหมือนไปเลย พวก M1 เปียโน พวก เปียโนที่ bright, dance piano, rock piano ประมาณนั้นครับ

EP: ตามสไตล์ Korg ครับ อารมณ์ของ EP ของ Korg จะเหมือนอยู่ตรงกลางระหว่างความคม ชัด แก้วๆ เหมือนพวก DX ของ Yamaha กับความ ฟุ้งๆ นัวๆ เหมือนพวก Rhodes อารมณ์จะเป็นแบบ DX หัวทู่ๆ แต่เหมือนถูกรองไว้ด้วย Rhodes กับพวก pad ที่ฟุ้งๆ ประมาณนั้นอ่ะครับ จะมีเสียงแนวๆนั้นเยอะเลย ก็ใช้ได้ดีนะครับ เล่นได้ดีในแบบของมันเองครับ แต่ถ้าคิดว่ามันจะเลียนแบบ เสียงเหมือนพวก Rhodes, wurly, dx, cp อะไรงี้ ไม่หรอกครับ..

Organ: ดีถึงดีมากเลยครับ มีทั้งออร์แกนลูกทุ่งหมอลำ, Rock, Organ แบบที่กดแช่, แบบที่เอาไว้ solo ไปจนกระทั่งถึง Church

Brass: สไตล์ Brass ของ Triton เหมาะมากๆกับเพลงไทยครับ เหมือนกับว่าเพลงไทยในยุค 90 นี่จะถูกครอบงำด้วยอิทธิพล brass ของ Korg ทั้งนั้นเลยครับ ฟังเพลงไหนก็ใช่ คือมันไม่ใช่ brass ที่หนา สมจริง หรอกนะครับ แต่มันเป็น brass ที่ “จี๊ด” “โดด” “เด่น” และ “ใช่” โดยที่ไม่ต้องเหมือนจริงครับ และเป็น brass ครอบจักรวาล ใช้ได้ทั้งเพลงช้า เพลงเร็ว โซโล่ ส่วนพวก solo เครื่องเป่าอย่าง sax, trumpet, trombone อะไรอย่างงี้ ถ้าพูดถึงความเมือนจริง มันจะไม่ได้เหมือนแบบ Roland หรือ Yamaha หรอกนะครับ แต่มันจะเป็น saxที่เวลา solo ในวงแล้วโคตรเท่ห์ เพราะ powerของมัน ความจิ๊ดของมันนั่นล่ะครับ

Strings: ส่วนตัวแล้วผมชอบ strings ของ Triton มากที่สุดเลยนะครับ เพราะความที่มันรู้หน้าที่ของมันมากกว่ายี่ห้ออื่นๆ คำว่ารู้หน้าที่ของมันคือ strings ที่เป็น background คอยรองวงทั้งหมด อยู่แถวหลังสุด ไม่ใช่สตริงหนาๆ บู๊ๆ อยากเด่นจนเล่นได้ยาก แถมบางยี่ห้อยังมีใส่ vibrato ลงไป แบบเอาออกไม่ได้อีก -_-! จะบ้าตาย… สำหรับผม แค่นี้ strings ก็ผ่านแล้วล่ะครับ ส่วนพวก Solo Strings อย่าง violin, viola, cello อะไรแบบนี้ มันไม่ได้มีความสมจริงเลยครับ 555 แต่ผมไม่ค่อยสนใจตรงนี้ครับ เพราะไม่ค่อยจะได้ใช้เท่าไหร่หรอกครับ

Pads: ทีเด็ด Triton เลยครับ เสียง pads triton นี่ลึกและซับซ้อนมากๆ จนรู้สึกว่า เวลาเรากดคอร์ดไป จะไม่รู้สึกว่าเป็นเสียง pads เลยครับ แต่มันจะรู้สึกว่าเป็น “โลก” อีกโลกหนึ่งที่ทำให้เพลงที่เราเล่นอยู่นั้น “ลึก” ลงไปมากๆเลย pads ที่ให้มาก็หลากหลายเพียงพอต่อการใช้งานกับเพลงทุกๆแนวครับ

Solo Synth: ฟิ้ววววววววว เฟี้ยววววววววว ชัด ดุ พุ่ง และหลากหลายเลยครับ จะสังเกตได้เลยว่าสำหรับ Triton อะไรที่มันไม่ใช่เครื่องดนตรี acoustic จริงเนี่ย มักจะทำได้ดีครับ

Guitars: ดีตามยุคของมันครับ มาถึงนาทีนี้ กีต้าร์ ไม่ว่าจะเป็น nylon, steel, electric, jazz, distortion, feedbac, wah wah อะไรพวกนี้ก็เทียบ synth ใหม่ๆไม่ได้แล้วล่ะครับ แต่ว่า ใครจะเอากีต้าร์มาเล่นบนซินธ์ล่ะ

___________________________________

สรุป..

ด้วย เสียงที่หลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ เหมาะกับการเล่นวง พุ่ง ชัด เด่น การใช้งานที่ ง่าย เร็ว การจัดวาง layout ของคีย์บอร์ดที่ใช้ตรรกะมนุษย์เดินดิน ทำให้ Triton เป็นคีย์บอร์ดที่นิยมใช้งานอย่างแพร่หลายบนเวทีคอนเสิร์ตทั่วโลก นอกจากนั้น engine และ waverom ของ Triton ยังได้ถูกใช้ต่อมาเรื่อยๆ ลดโน่นบ้างลดนี่บ้าง เพิ่มโน่นบ้างเพิ่มนี่บ้าง ออกมาเป็นคีย์บอร์ดรุ่นอื่นๆอีกมากมาย หากคุณนำ Triton ไปเล่นกับวง ในห้องซ้อม ในคอนเสิร์ต คุณจะไม่ผิดหวังเลยครับ แต่หากคุณเอา Triton มาเล่นที่บ้าน ด้วยเนื้อเสียงที่อาจจะไม่ได้หนาและอิ่มเหมือนพวก Fantom และ Motif ทำให้คุณอาจจะรู้สึกว่าเสียงมันไม่ค่อยดีเวลาอยู่ที่บ้าน ซึ่งจริงๆแล้ว Triton ถูกออกแบบมาให้แสดงศักยภาพออกมาบนเวทีมากกว่าครับ

ป.ล. สำหรับ series Triton Classic นี้ จะมีทั้งหมด 4 รุ่นนะครับ

Triton - 61 keys

Triton Pro - 76 Keys

Triton Pro X - 88 Keys

Triton Rack
___________________________________

SPECIFICATIONS :

  • Sound Generation Method: HI (Hyper Integrated) synthesis system
  • Tone Generator: HI synthesis system; 48 kHz sampling frequency, 32 Mbyte PCM ROM, 425 multisamples + 413 drum samples. Sampling; 16 bit, 48 kHz stereo/mono sampling, 16 Mbytesmemory standard, expandable to 64 Mbytes. Maximum of 1,000 multisamples / 4,000 samples. Up to 128 samples can be assigned to a multisample. AIFF, WAVE, AKAI (S1000/S3000) and Trinity sample data can be loaded. (Triton cannot load Trinity format data from TFD-1S, TFD-2S, TFD-3S and TFD-4S , since they use data-compressed data.)
  • Sound Source: 62 voices, 62 oscillators (single mode)/ 31 voices, 31oscillators (double mode)
  • Keyboard: 61/76/88 notes. All keyboards have velocity and aftertouch sensitivity
  • Effects: Stereo digital multi-effect system - 2 master effects (mono in, stereo out), 5 insert effects (stereo in / out), and 1 master EQ (stereo in / out) simultaneously
  • Number of effects: 102 (insert effects/ 89 for master effects)
  • Program/Combination: 640 programs, 512 combinations, 64 drum programs, GM Level 2 - 256 programs + 9 drum set
  • Sequencer Section: 16 timbres, 16 tracks, 1/192 resolutions, 100 preset / 100 user pattern per a song, 200 songs, 20 cues, over 300,000 notes, reads and writes Standard MIDI File (Format 0 and 1)
  • RPPR (Realtime Pattern Play / Recording): 1 set with 72 patterns available per song
  • Arpeggiator: 5 preset patterns and 232 patterns (approx. 180 preset)
  • Controllers: Joystick, Ribbon controller, 2 x Assignable switches, 4 x Assignable knobs, 3 x Arpeggiator control knobs
  • Control Inputs: Damper pedal (Responds to half-pedaling), Assignable (SWITCH, PEDAL)
  • Communication Terminal: Computer interface (to host PC)
  • MIDI: IN, OUT, THRU
  • Outputs: Main = L/MONO,R, Individual = 1, 2, 3, 4, Headphones
  • Inputs: 1, 2, Level switch LINE / MIC, Level volume
  • Floppy Disk Drive: 3.5 inch 2DD/2HD
  • Display: TouchView Graphical User Interface, 320 x 240 dots
  • Accessories: AC cord, Preload program disk TNFD-00P, TNFD-01P

__________________________________________________________________________

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:


ความคิดเห็น: คำแนะนำ: HTML จะไม่ถูกแปลง!

ความนิยม: แย่            ดี

ป้อนรหัสในกล่องข้างล่างนี้:

ไม่มีรูปภาพเพิ่มเติมสำหรับสินค้านี้