ทีวีของเรา

 
สินค้าของเรา
Mackie LM3204 Expanded 64 Channels
Mackie LM3204 Expanded 64 Channels
Mixer เทพๆราคายาจก !
฿29,999.00
 
เข้าสู่ระบบ
 
ยี่ห้อ
 
ประชาสัมพันธ์
 
อย่าพลาด!!!


Sound World สวนสนุกเสียงโดย "พ่อครัวเสียง"

ไม่เสียเงินซักบาท ไม่มีเวลาปิด เล่นได้จนมือหงิก ไม่โดนจิกไม่ต้องกลับ!!!

 
ไปรษณีย์ไทย
 
สินค้าขายดี
 
ตะกร้าสินค้า
0 รายการ
 

Casio PX-350

Casio PX-350
กดเพื่อขยายขนาด
ราคา: ฿29,900.00
สถานะสินค้า: ในสต็อค
โมเดล: บ้าไปแล้วแน่ๆ
ผู้ผลิต: Casio
ความนิยมเฉลี่ย: ยังไม่มีอัตราความนิยม

รุ่นนี้มีสีขาวและดำครับ และมีสแตนด์กับเก้าอี้แถมให้ด้วย นี่คือเปียโนรุ่นที่คุ้มที่สุดในร้อยยี่สิบแปดฉลกของ Casio ที่มีให้มาทุกอย่าง ตั้งแต่คีย์ที่ฟิน, เปียโนที่เกือบละ, Arranger ที่ยกมากันทั้งเครื่อง, จอ LCD ที่ทำงานได้ง่ายเหมือนใน AP-650 ลำโพงที่เพิ่ม Tweeter ขึ้นมาจาก PX-150, Bender, USB Recording, Outputs สำหรับบนเวที, Inputs สำหรับความสนุกในครัวเรือน ฯลฯ ที่ทำให้เจ้า PX-350 มันเป็นเปียโนที่คุ้มซะจนไม่สมเหตุสมผล คือด้วยเงินจำนวนเท่านี้ มันไม่ควรจะได้มากเท่านี้ด้วยซ้ำไป สิ่งนี้ล่ะครับที่ทำให้เจ้า PX-350 มันได้รางวัลมาซะจนเบื่อเลยจากรีวิวเวอร์ทั่วโลก คือสำนักไหนเอาไปรีวิวก็ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่ Casio ต้องบ้าไปแล้วจริงๆด้วย...

 

มหากาพย์รีวิว: Casio PX-150, 350, 750, 850, AP-250, 450, 650 ทีเดียวทั้งตระกูล รีวิวครั้งใหญ่ที่สุดในโลก พลาดไม่ได้ครับ ตอนที่ 1

มหากาพย์รีวิว: Casio PX-150, 350, 750, 850, AP-250, 450, 650 ทีเดียวทั้งตระกูล รีวิวครั้งใหญ่ที่สุดในโลก พลาดไม่ได้ครับ ตอนที่ 2

มหากาพย์รีวิว: Casio PX-150, 350, 750, 850, AP-250, 450, 650 ทีเดียวทั้งตระกูล รีวิวครั้งใหญ่ที่สุดในโลก พลาดไม่ได้ครับ ตอนที่ 3

 

CASIO PX-350 & Casio AP-650 คุ้มสุดในสามโลก VS งามสุดในเจ็ดย่านน้ำ! โดยเชฟจัมโบ้

นี่คือเปียโนที่คุ้มค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์กว่า 40 ปีของเปียโนไฟฟ้า... มันคือสิ่งที่จะคุ้มค่าเงินสามหมื่นหน่อยๆที่คุณจะต้องจ่ายมากที่สุดในสามโลก แปดโลก สิบสองโลก หรือยี่สิบสี่โลก และผมไม่ได้อำคุณอยู่ครับ.... ที่สำคัญก็คือ... มันไม่ได้มีผมคนเดียวที่คิดแบบนี้ สำนักรีวิวของฝรั่งแทบจะทุกสำนักต่างก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า สุโค่ยยย Oh My God!!!


อะไรมันจะขนาดนั้น?


คือในราคาแค่สามหมื่นต้นๆ ต้นจริงๆ (สำหรับ PX350) คุณจะได้เปียโนที่มีทัชชิ่งที่ดีเกินตัว (Tri-Scaled Hammer Action) ที่ repeat ได้ไวเป็นจรวด มีน้ำหนักที่สม่ำเสมอตั้งแต่เบาที่สุดไปจนถึงดังที่สุด ทำให้เล่น Dynamic ได้ค่อนข้างกว้าง เล่นเบามากๆ เช่น ppp ได้อย่างไม่ยากเย็นนัก ตัว Key Top มี Ivory & Ebony Key Textures ที่ช่วยทำให้คีย์มัน “เกาะ” มือมากขึ้น และทำให้ฟีลลิ่งมันแพงขึ้นมากเลยครับ ซึ่งนี่เป็นคุณสมบัติที่จะไม่อยู่ในเปียโนราคาเท่านี้อย่างแน่นอน

นอกจากคีย์ที่จัดได้ว่าดีที่สุดในคลาส และเผลอๆจะไปสู้กับคีย์ในเปียโนระดับกลางๆไปจนถึงสูงๆได้ด้วยซ้ำไป ก็ยังมีเสียงเปียโนสเป็คเทพมาให้อีกครับ นั่นก็คือ เสียงเปียโน Steinway 4 Layer บน Engine ใหม่ที่มีชื่อว่า “AIR” (Acoustic and Resonance Resonator) ซึ่งใช้ Waverom มากกว่ารุ่นที่แล้วถึงสามเท่า (นั่นก็คือ ใครซื้อพวก PX130,135,330 อะไรแบบนี้ไป... มีเซ็งครับ) ซึ่งถือว่าเป็นเสียงที่จัดว่าใช้ได้เลยในคลาสนี้ นี่ถ้าไม่ติดว่า decay ของเสียงมันสั้นไปหน่อยนะ เวลาเล่น Legato ซึ้งๆยังไม่ฟิน และ sound-key connection/velocity curve ยังสามารถโปรแกรมออกมาได้เนียนกว่านี้ ผมว่าแบรนด์เจ้าตลาดต้องมีช็อคแน่ๆ ซึ่งผมได้ทำการรีวิวเสียงเปียโนของเจ้าตัวนี้และทัชชิ่งไว้อย่างละเอียดยิบแล้วครับ ตามเข้าไปดูได้ที่นี่เลยครับ

จริงๆแล้วไอ้สองอย่างข้างบน ก็คุ้มกันจนจะตายอยู่แล้วครับ แต่สำหรับเจ้า PX-350/AP650 นี้ คีย์กับเสียง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะ Casio ได้โยน Arranger ทั้งดุ้นใส่เข้ามาในตัวนี้ด้วย โดยในคราวนี้เป็นการโยนแบบจัดเต็ม ไม่เหมือนในรุ่นที่แล้วๆมาอย่างเช่นพวก PX300, PX310, PX320 ที่จะโยนพร้อมกับดักมาด้วยเสมอ เช่น ตัดจังหวะทิ้งบ้าง หรือตัดจอออกบ้าง ให้มาเป็นจอเครื่องคิดเลข ทำงานโดยระบบจำรหัสลูกเดียว นอกจากเล่นเปียโนต้องได้แล้วคณิตศาสตร์ยังต้องแม่นอีก แต่สำหรับในตัว PX350/AP650 นี้ จะจัดมาให้แบบ PX330 เลยครับ นั่นคือ จังหวะมาครบ และมีจอ LCD แบบหวังผลได้จริงๆมาให้ด้วย (นั่นก็คือ มีชื่อเสียง ชื่อจังหวะบอก) และ Sequencer แบบไม่กั๊ก 17 tracks จังหวะที่ให้มานั้นมีทั้งหมด 180 styles ซึ่งพวก styles ก็จะเป็นเหมือน wk series นั่นล่ะครับ คุณภาพของ styles ก็จัดว่าใช้ได้ครับ โจ๊ะได้ มันได้ มีบาง styles ที่จี๊ดอยู่เหมือนกัน เอาไว้เล่นแก้เหงาเวลาเซ็งๆ เบื่อซ้อมเปียโน ไว้ใช้เป็นแรงบันดาลใจในการทำเพลงได้ครับ หรืออาจจะเอามาเปิดหนังสือเพลง กดคอร์ดตาม ร้องคาราโอเกะคนเดียวหรือกับเพื่อนๆ ก็ได้เหมือนกันครับ ในส่วนของฟังก์ชั่น arranger ที่ให้มาก็จะเป็น arranger มาตราฐานครับ ไม่ได้เป็นแบบ Arranger พวก Hi-End  อะไร โดยจะมี 2 fill-ins, ท่อน A และ B (Normal กับ Variation) ส่วน Intro กับ Ending ก็จะมีให้อย่างละแบบครับ


เอาล่ะ.... คีย์ก็แล้ว เสียงก็แล้ว Arranger ทั้งตัวก็แล้ว แล้วจะอะไรอีก.... ยังครับ มันยังไม่จบครับ...
ในส่วนของเสียงอื่นๆนั้น ทั้ง PX350 และ AP650 ก็ขนมาให้อีก 250 เสียงในทุกๆ Category ครับ ซึ่งในนั้น ซึ่งต้องยอมรับครับว่า ในส่วนนี้ มันไม่ได้พัฒนาไปจากรุ่นก่อนๆเลย 55555 คือ Casio เค้าเป็นบริษัทที่มีนโยบายในการพัฒนาสินค้ารุ่นใหม่ๆชัดเจนมากเลยครับ คือ “จงทำในสิ่งที่จำเป็นก่อน ที่เหลือ... หึหึ ช่างมัน” ทั้งเจ้า PX350/AP650 นี้จึงมีคีย์และเสียงเปียโนที่ดีกว่ารุ่นที่แล้วมาก มากซะจนใครที่ซื้อรุ่นที่แล้วไปต้องมีเคือง แต่ในส่วนของอย่างอื่น เช่นเสียงอื่นๆนั้น ก็ต้องบอกกันตรงๆว่า เป็นเสียงรีไซเคิลทั้งหมดหรือแทบจะทั้งหมดครับ และไม่ได้รีไซเคิลมาจากรุ่นที่แล้วรุ่นเดียว แต่เป็นการรีไซเคิลกันยาวๆจากบรรพบุรุษเลยครับ 555 อย่างไรก็ตามมันมีเสียงหลักๆที่พึ่งพิงได้อยู่ครบ ไม่ว่าจะเป็นเสียง Fender Rhodes, DX7, Organ, Strings ฯลฯ โดยมีปุ่มแบ่งหมวดหมู่เสียงที่ชัดเจน เป็นเปียโนนักการเมือง สามารถหาเสียงได้ง่ายครับ เสียงมีหลากหลายพอสำหรับการเล่นเพลงป๊อปแจ๊ซ เล่น cover เพลงคนอื่น เล่นอคูสติก เล่นในวงทั่วไป แต่ถ้าคุณต้องการเสียงแปลกๆ เสียง solo มันๆ เสียงอวกาศ atmosphere เจ้าตัวนี้จะไม่ได้มีถึงขนาดนั้นครับ การที่มันมีหลายๆเสียงแบบนี้ ทำให้ Casio ให้ pitch bend มาด้วยใน PX350 (ใน AP650 ไม่มีนะครับ เพราะมันไม่มีที่ใส่ และถ้าเปียโนทรงนั้นมี pitch bend จริงๆ มันก็คงจะดูแปลกพิลึก) แต่จะยังไม่มีในส่วนของ modulation wheel มาให้ น่าเสียดายครับ เพราะถ้ามี mod wheel มาให้อีก เจ้า PX350/AP650 นี้ ก็จะสามารถใช้เป็น Controller พื้นฐานไว้ใช้ทำเพลงบนคอมได้อีก  จริงๆแล้วมันก็ทำได้นะครับแต่อาจจะไม่มีแค่ mod wheel และพวก faders/knobs ต่างๆเท่านั้นเอง

ยังครับ.... ยังไม่จบ... ยังมีต่อ....
ทั้ง PX350 และ AP650 เป็นเปียโนที่พร้อมสำหรับเวที เนื่องจากทั้งสองรุ่นมี Quarter Inch Stereo Outputs มาให้ โดยเฉพาะ 350 ที่น้ำหนักเบาเพียง 11.5 กิโลกรัมเท่านั้น สามารถแบกได้โดยใช้มือเดียวเท่านั้น และขนาดมันกะทัดรัดพอที่จะแบกขึ้นแท๊กซี่หรือแม้แต่รถเมล์ สามารถใส่มันเข้าไปใน city car หรือ eco car ได้ ซึ่งตรงนี้น่าจะถูกใจหลายๆคนที่ต้องแบกเครื่องไปๆมาๆ ไปเล่นข้างนอกบ่อยครับ สำหรับตัว AP650 ก็ไม่ต้องพูดถึงครับ ใครจะแบกก็.... ยินดีเป็นอย่างยิ่ง แต่ผมขอบายก่อน เพราะมันเป็นเปียโนที่จงใจให้ดูเป็นเปียโน เป็นสิ่งปลูกสร้าง เป็นเฟอร์นิเจอร์ แต่หากคุณต้องการ look แบบนั้นบนเวทีจริง คุณก็สามารถทำได้ เพราะเจ้า AP650 มี outputs พร้อมอยู่แล้วครับ จริงๆแล้วสำหรับทั้งสองรุ่นนี้ มันไม่ได้มีแต่ stage outputs นะครับ แต่ inputs มันก็มี!!! คุณสามารถต่อ backing track จากคอมพิวเตอร์ จากสมาร์ทโฟน หรือจากอะไรก็ได้เข้ามาในเครื่องนี้ แล้วคุณก็เล่นแจมไปด้วยได้ หรือในกรณีที่คุณพึ่งจะหัดเล่นเปียโน แล้วไม่รู้ว่าจะไปได้รอดหรือไม่ กลัวเสียเงินฟรี คุณก็สามารถใช้ลำโพงของเจ้า PX350/AP650 เป็นลำโพงคอม ลำโพงโทรศัพท์ หรือลำโพง iPad ได้ครับ รับรองว่าเปียโนไม่กลายเป็นผักชีหรือราวตากผ้าแน่นอนครับ 5555

นอกจากนั้นแล้ว ทั้งสองตัวนี้ก็ยังมีอีกฟังก์ชั่นนึง ซึ่งผมเชื่อว่าใครก็ตามที่คิดเรื่องนี้ขึ้นมา ต้องเป็นอัจฉริยะแน่ๆครับ นั่นก็คือฟังก์ชั่น USB Recording คือคุณสามารถเสียบ USB ไป แล้วให้มันอัด Performance ของคุณออกมาเป็น file .WAV ได้เลย โดยที่คุณไม่ต้องง้อ Sequencer หรืออัดไว้ก่อนใน Sequencer แล้วค่อยอัดต่อลงคอม ซึ่งนี่คือฟังก์ชั่นที่สะดวกมากๆสำหรับการทำเพลง บางทีมีฟีล อยากจะเล่น อยากจะบันทึกเอาไว้ ก็ทำได้อย่างสุดจะง่าย หรือสำหรับนักเรียนเปียโนที่ต้องการฟังว่าไอ้ที่เราเล่นนั้นมันเป็นยังงัย ก็สามารถทำได้โดยง่ายครับ

อีกสิ่งที่ผมชอบสำหรับทั้งสองตัวนี้ก็คือ การ Control ครับ แทบจะทุกฟังก์ชั่นมันอยู่บน Panel มีปุ่มให้เรียกใช้งานได้ทันทีและรวดเร็ว ไม่ต้องจำสูตรเกมส์ ไม่ต้องเปิดคู่มือไปใช้ไป เวลาทำงานบนเครื่องสองรุ่นนี้ จะไม่ค่อยรู้สึกเหมือนว่ากำลังทำงานกับเปียโนที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานเยอะๆอยู่ครับ แต่จะรู้สึกเหมือนการทำงานบน Arranger หรือ Workstation อยู่ เพราะแทบจะทุกอย่างมันมีพร้อมอยู่ตรงหน้าครับ

PX150 และ PX350 ราคาต่างกันอยู่ ห้าพันกว่าบาท.... นี่อาจจะเป็นห้าพันกว่าบาท ที่คุ้มในหกสิบสี่โลก จริงๆแล้ว PX150 ก็คุ้มมากอยู่แล้วจากคีย์และเสียงของมัน แต่นี่จะเป็นการคุ้มในขั้นกว่าเพราะคุณจะได้ Arranger มาอีกตัว ได้ USB Recording มา ได้ Stage Outputs/Inputs มา ได้เสียงเพิ่มมาอีก 250 เสียง ได้ Pitch Bend มา ได้จอที่ทำให้การทำงานง่ายขึ้นมากๆ  ไม่แปลกเลยจริงๆที่เจ้า PX350 นี้จะได้ Key Buy Award มาครับ

เอาล่ะ ทีนี้มาดู AP650 กันบ้าง..
ที่ผมจับเจ้าสองตัวนี้มาอยู่ในรีวิวเดียวกัน ก็เพราะมันคือตัวเดียวกัน ที่กลายพันธุ์ออกไปครับ AP650 ก็คือ PX350 ในรูปแบบของ Console Piano รุ่นใหญ่ เป็นทรงแบบ Upright มีขาหน้าที่งดงามหยดย้อย มี 3 pedals มี lid simulator ก็คือเวลาคุณเปิดฝาเปียโนที่ระดับต่างๆกัน เสียงมันก็จะออกมาแตกต่างกัน เหมือนฝาของแกรนด์เปียโนครับ นอกจากนี้จำนวน Polyphony ก็จะถูกเพิ่มมาจาก 350 อีก เป็น 256 Polyphony ครับ ซึ่งเอาจริงๆต่อให้เป็น 128 ก็ใช้ไม่หมดอยู่แล้วล่ะ และที่สำคัญก็คือลำโพงครับ เจ้าตัวนี้มากับลำโพง 30+30w ซึ่งเป็นลำโพงตัวท๊อปที่สุดของ Casio แล้ว ราคาของเจ้า 650 กับ 350 จะต่างกันอยู่หมื่นกว่าบาทครับ ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการลุคแบบเปียโน ต้องการ 3 pedals ต้องการลำโพงที่ตัวเดียวจบ ไม่ต้องไปซื้ออะไรเพิ่มอีก และไม่ได้อยากจะยกเปียโนไปไหน Celviano AP-650 ก็จัดได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเปียโนที่คุ้มค่าไม่แพ้ PX-350 เช่นกันครับ ก็ลองคิดว่าหากเอาราคาของ PX-350 มาบวกกับ pedal 3 ก้านอีกก็ สามพันกว่าบาท ลำโพง Studio Monitor ซักขนาดนี้อีกก็มีเกือบหมื่นบาท แล้วบวก Upright Piano Cabinet เข้าไปอีก ราคาไม่รู้เท่าไหร่ รวมกันทั้งหมดก็จะเกินเจ้า AP-650 ไปเยอะเลยครับ

____________________________________________________________________

เขียนความคิดเห็น
ชื่อ:


ความคิดเห็น: คำแนะนำ: HTML จะไม่ถูกแปลง!

ความนิยม: แย่            ดี

ป้อนรหัสในกล่องข้างล่างนี้:

ไม่มีรูปภาพเพิ่มเติมสำหรับสินค้านี้